ยุโรปแซงหน้าสหรัฐด้านความช่วยเหลือทหารให้ยูเครน
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อเนื่องอย่างรุนแรง ล่าสุดรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระบุว่า ประเทศใน ยุโรป รวมถึง สหราชอาณาจักร ได้เดินหน้าจัดสรรงบประมาณ ความช่วยเหลือทางทหาร ให้กับ ยูเครน มากจนสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น.
ยุโรปแซงหน้าสหรัฐในการส่งเสริมด้านทหาร
ข้อมูลจากสถาบันคีล ระบุว่า ความช่วยเหลือทางทหาร ของ ยุโรป ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงปลายเดือนมิถุนายน 2568 มีมูลค่ารวมสูงถึง 80,500 ล้านยูโร (ประมาณ 3 ล้านล้านบาทไทย) เป็นจำนวนที่มากกว่าสหรัฐอเมริกาซึ่งจัดสรรเพียง 64,600 ล้านยูโร (ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาทไทย).
ยุโรปเร่งผลิตอาวุธผ่านอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ข้อมูลนี้ยังเปิดเผยว่า อาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ให้ไปยังยูเครนไม่ได้มาจากการส่งออกจากคลังอาวุธเท่านั้น แต่เกิดจากการผลิตใหม่ผ่านอุตสาหกรรมการป้องกันของยุโรปโดยตรง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างยิ่งใหญ่ของ ยุโรป ในการกลายเป็นผู้สนับสนุนด้านความมั่นคงหลักของ ยูเครน มากไปกว่าสหรัฐอเมริกา.
ตัวอย่างเช่น ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมามีการจัดซื้อจัดจ้างผ่านสัญญาจำนวนมาก มูลค่ารวมเป็นจำนวน 4,600 ล้านยูโร หรือคิดเป็น 44% ของความช่วยเหลือโดยรวมในสองเดือนดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นการลงนามกับบริษัทในกลุ่มประเทศยุโรปที่อยู่ในอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ
ในขณะเดียวกัน แม้ว่าสหรัฐจะมีการอนุมัติการส่งออกอาวุธขนาดใหญ่ไปยังยูเครนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รวมอยู่ในฐานะความช่วยเหลือทางทหารภายใต้นิยามของสถาบันคีลเนื่องจาก ยูเครน ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง
การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งของ ยุโรป ในการกลายเป็นผู้นำในการสนับสนุน ยูเครน ด้านทหารนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวทางของผู้นำโลกในยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความพยายามของพวกเขาในการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของภูมิภาคในยุโรป
เมื่อมองไปข้างหน้า สิ่งสำคัญที่ควรสังเกตคือ ความช่วยเหลือนี้อาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป จนกระทั่งสถานการณ์ในรัสเซียและยูเครนกลับสู่เสถียรภาพ
หากคุณต้องการติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจผลกระทบต่อสันติภาพโลก ลองกดติดตามบทความของเราเพื่อรับข่าวสารทันสมัยได้เลย
ที่มา – ยุโรปเดินหน้าเพิ่มความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน มากจนแซงหน้าสหรัฐ