รวบเฒ่า 66 อ้างเป็นที่ปรึกษา ผบช.น. สูญเกือบแสน
คดีหลอกลวงอ้างตำแหน่งราชการยังคงเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องระวังอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจ สน.วัดพระยาไกร จับกุมชายอายุ 66 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. พร้อมอ้างว่าสามารถช่วยฝากบุตรหลานเข้ารับราชการตำรวจได้ เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เสียหายสูญเงินรวม 93,500 บาท และยังมีรายงานว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นถูกหลอกในลักษณะใกล้เคียงกัน
ข่าว รวบเฒ่า 66 อ้างเป็นที่ปรึกษา ผบช.น. สูญเกือบแสน จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่สะท้อนว่า มิจฉาชีพมักใช้ความน่าเชื่อถือจากตำแหน่ง เครื่องแบบ นามบัตร หรือข้อความสนทนาที่อ้างถึงบุคคลสำคัญ เพื่อทำให้เหยื่อเชื่อใจและยอมโอนเงิน การตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานโดยตรงก่อนตัดสินใจจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
รวบเฒ่า 66 อ้างเป็นที่ปรึกษา ผบช.น. สูญเกือบแสน เกิดอะไรขึ้น
ตามรายงาน ผู้ต้องหาและผู้เสียหายรู้จักกันมานานตั้งแต่ปี 2534 จากการทำกิจกรรมกลุ่มนักวิทยุสมัครเล่น ต่อมาผู้ต้องหาเข้ามาพูดคุยและอ้างว่าตนเองดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งยังกล่าวว่ามีความสนิทสนมกับผู้ใหญ่และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหาย
ผู้ต้องหายังนำเสนอนามบัตรที่ระบุตำแหน่งดังกล่าว รวมถึงภาพข้อความสนทนาที่อ้างว่าเป็นการพูดคุยกับ ผบช.น. จากนั้นจึงเสนอว่าสามารถช่วยฝากบุตรหลานให้เข้ารับราชการตำรวจได้ ผู้เสียหายซึ่งต้องการให้ลูกสาวมีโอกาสทำงานราชการจึงหลงเชื่อ และยอมจ่ายเงินตามที่ถูกเรียกเก็บหลายครั้ง
เงินที่ผู้เสียหายโอนให้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 93,500 บาท ต่อมาเริ่มเกิดความสงสัย จึงพยายามตรวจสอบข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สน.วัดพระยาไกร ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ
รวบเฒ่า 66 อ้างเป็นที่ปรึกษา ผบช.น. ตำรวจจับกุมได้อย่างไร
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนจับกุมได้บริเวณถนนริมคลอง ตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี การจับกุมครั้งนี้พบของกลาง ได้แก่ ชุดปกติขาวพร้อมเครื่องหมายราชการ และนามบัตรที่ระบุตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากองบัญชาการตำรวจนครบาล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหลายข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกง ปลอมเอกสารราชการ ใช้เอกสารราชการปลอม และปลอมหรือเลียนเครื่องหมายราชการ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และผู้ต้องหาย่อมมีสิทธิพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
สัญญาณเตือนก่อนตกเป็นเหยื่อหลอกฝากเข้าราชการ
กรณีนี้มีจุดสังเกตหลายอย่างที่ประชาชนสามารถใช้เป็นแนวทางป้องกันตัวเองได้ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังหางานราชการหรืออยากให้บุตรหลานเข้าสู่ระบบราชการ การอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่หรือสามารถช่วยให้ผ่านการสอบได้ ไม่ควรถือเป็นหลักฐานว่าบุคคลนั้นมีอำนาจหรือทำได้จริง
- อ้างตำแหน่งใหญ่แต่ตรวจสอบไม่ได้: หากบุคคลใดอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง อย่าเชื่อเพียงนามบัตรหรือคำพูด
- เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการบรรจุ: การรับสมัครและสอบแข่งขันเข้ารับราชการต้องเป็นไปตามประกาศและกฎระเบียบ การเรียกเงินเพื่อรับประกันตำแหน่งเป็นสัญญาณอันตราย
- เร่งรัดให้โอนเงิน: มิจฉาชีพมักสร้างความกดดัน อ้างว่าต้องรีบจ่ายหรือมีจำนวนที่จำกัด หากพบพฤติกรรมเช่นนี้ควรหยุดและตรวจสอบก่อน
- ใช้เครื่องแบบหรือเอกสารสร้างความน่าเชื่อถือ: เครื่องแบบ นามบัตร และเอกสารอาจถูกปลอมแปลงได้ จึงไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว
- อ้างภาพแชตเป็นหลักฐาน: ภาพข้อความสามารถตัดต่อหรือสร้างขึ้นได้ ควรยืนยันข้อมูลผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานทุกครั้ง
วิธีตรวจสอบก่อนโอนเงินให้ผู้ที่อ้างว่าช่วยเข้ารับราชการได้
สิ่งแรกที่ควรทำคือสอบถามหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างโดยตรง เช่น ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ราชการ ไม่ควรใช้หมายเลขที่ผู้เสนอความช่วยเหลือเป็นคนให้มาเพียงช่องทางเดียว เพราะอาจเป็นหมายเลขของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง
ควรขอรายละเอียดเกี่ยวกับประกาศรับสมัคร ขั้นตอนการสอบ คุณสมบัติผู้สมัคร และค่าธรรมเนียมที่ถูกต้อง หากมีการเรียกเงินนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมตามประกาศ หรือรับรองว่าจะช่วยให้สอบผ่าน ย่อมเป็นพฤติกรรมที่ควรตั้งข้อสงสัย นอกจากนี้ ไม่ควรส่งสำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวให้บุคคลที่ยังตรวจสอบไม่ได้
ผู้ปกครองควรพูดคุยกับบุตรหลานอย่างตรงไปตรงมา เพราะความหวังอยากให้คนในครอบครัวมีงานที่มั่นคงอาจทำให้ตัดสินใจเร็วเกินไป การสมัครงานราชการควรติดตามประกาศจากเว็บไซต์หรือเพจทางการของหน่วยงาน และเตรียมตัวสอบตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างโปร่งใส
บช.น. ย้ำไม่มีนโยบายเรียกรับเงินฝากเข้าตำรวจ
กองบัญชาการตำรวจนครบาลแจ้งเตือนประชาชนว่า ไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการรับบุคคลเข้าเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด การสมัครและสอบแข่งขันดำเนินการตามกฎระเบียบของทางราชการ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนและต้องปฏิบัติอย่างโปร่งใส
ดังนั้น หากพบผู้แอบอ้างเป็นตำรวจ ที่ปรึกษา หรือบุคคลใกล้ชิดผู้บังคับบัญชาแล้วเสนอช่วยฝากเข้ารับราชการ ควรเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ เช่น สลิปโอนเงิน บันทึกการสนทนา หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบัญชีธนาคาร นามบัตร และเอกสารที่ได้รับ จากนั้นนำข้อมูลเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านโดยเร็ว
สำหรับผู้ที่อาจเคยโอนเงินไปแล้ว ไม่ควรลบข้อความหรือรีบติดต่อกลับไปเจรจาโดยไม่มีหลักฐาน ควรแจ้งธนาคารเพื่อขอคำแนะนำในการระงับธุรกรรม และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การแจ้งเหตุเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินและรวบรวมหลักฐานได้มากขึ้น
กรณี รวบเฒ่า 66 อ้างเป็นที่ปรึกษา ผบช.น. สูญเกือบแสน เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีทางลัดที่รับประกันการเข้ารับราชการได้ ผู้สมัครควรยึดขั้นตอนสอบแข่งขันอย่างเป็นทางการ ส่วนประชาชนทั่วไปควรตรวจสอบทุกข้อมูลก่อนจ่ายเงิน หากพบการแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์ อย่านิ่งเฉย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อช่วยหยุดยั้งไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม
ที่มา – รวบเฒ่า 66 อ้างเป็น ‘ที่ปรึกษา ผบช.น.’ หลอกฝากเข้าตำรวจได้ สูญเกือบแสน


