ร.ต.ต. โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นที่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุชายเมาสุราอาละวาดบริเวณถนนหน้าโรงเรียนบ้านนาโก ตำบลศรีฐาน ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับ ร.ต.ต.แสนชัย ยุลี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.ภูกระดึง อายุ 54 ปี ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่และเกิดอาการโรคหัวใจกำเริบระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์

ตามรายงานระบุว่า วิทยุสื่อสารของ สภ.ภูกระดึงได้รับแจ้งเหตุชายเมาสุราอาละวาด เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบและระงับเหตุทันที เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุ 24 ปี ลักษณะร่างกายสูงใหญ่และมีอาการไม่ยอมสงบลง ร.ต.ต.แสนชัยได้สั่งให้ชายคนดังกล่าวนั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ พร้อมขอตรวจค้นตามขั้นตอน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยินยอมและขัดขืนอย่างรุนแรง

ร.ต.ต. โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกำลังสนับสนุนพยายามเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ จนเกิดการกอดปล้ำกันขึ้น ระหว่างนั้น ร.ต.ต.แสนชัยเกิดอาการวูบ เสียหลักล้มลงและหมดสติ เจ้าหน้าที่สายตรวจรวมถึงพลเมืองดีที่อยู่ใกล้เคียงจึงรีบให้ความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร โดยใช้รถจักรยานยนต์เพื่อให้ได้รับการปฐมพยาบาลโดยเร็วที่สุด

อาการหัวใจกำเริบเกิดขึ้นระหว่างเข้าระงับเหตุ

ในช่วงแรกที่เดินทางถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาโก ร.ต.ต.แสนชัยยังพอมีสติ สามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ และแจ้งว่าตนเองมีโรคหัวใจ เมื่อสอบถามเพิ่มเติมพบว่าไม่ได้พกยาอมใต้ลิ้นติดตัวมา เจ้าหน้าที่จึงนำยาที่มีอยู่ให้ใช้เพื่อประคองอาการในเบื้องต้น พร้อมตรวจติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด

ผลการตรวจวัดความดันโลหิตในขณะนั้นพบว่าสูงถึง 230 มิลลิเมตรปรอท เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานรถพยาบาลฉุกเฉิน หรือ EMS จากโรงพยาบาลภูกระดึงให้เข้ามารับตัวโดยด่วน เพราะอาการดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด การช่วยเหลือในช่วงแรกจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการประเมินอาการและการส่งต่อผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอรถกู้ชีพ อาการของ ร.ต.ต.แสนชัยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดลงจาก 230 เหลือเพียง 80 มิลลิเมตรปรอท เมื่อรถ EMS เดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่พบว่า ร.ต.ต.แสนชัยหมดสติแล้วและชีพจรเต้นช้าลงอย่างน่าตกใจ ทีมกู้ชีพจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลภูกระดึงเพื่อให้แพทย์ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มกำลัง

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลภูกระดึง แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เร่งให้การรักษา พร้อมใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า หรือ AED เพื่อพยายามทำให้หัวใจกลับมาเต้นตามปกติ ทีมแพทย์ดำเนินการช่วยชีวิตอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่สามารถทำให้หัวใจกลับมาทำงานได้ สุดท้าย ร.ต.ต.แสนชัยเสียชีวิตลง ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้ภารกิจจะเริ่มต้นจากการเข้าระงับเหตุชายเมาสุราอาละวาด แต่การควบคุมผู้ก่อเหตุที่มีรูปร่างใหญ่และขัดขืนอย่างรุนแรงอาจทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้แรงกายมากกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิต

บทเรียนจากเหตุ ร.ต.ต. โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่

กรณี ร.ต.ต. โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่ เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติงาน ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพกยาที่จำเป็นติดตัวอยู่เสมอ แจ้งข้อมูลสุขภาพให้เพื่อนร่วมทีมทราบ และควรได้รับการประเมินความพร้อมจากแพทย์ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ หน่วยงานควรจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตและช่องทางประสานงานฉุกเฉินที่เข้าถึงได้รวดเร็วในทุกพื้นที่

  • ผู้มีโรคหัวใจควรพกยาและเอกสารข้อมูลสุขภาพ เพื่อให้ผู้ช่วยเหลือสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
  • เมื่อเกิดอาการวูบ เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก หรือหมดสติ ควรโทรแจ้งสายด่วน 1669 และเริ่มการช่วยเหลือตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • ผู้พบเห็นเหตุฉุกเฉินควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น ยกเว้นพื้นที่นั้นมีอันตรายหรือจำเป็นต้องนำส่งเพื่อช่วยชีวิต
  • การมีเครื่อง AED ในชุมชนและสถานที่ราชการ ช่วยเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นได้อย่างทันท่วงที

แม้เจ้าหน้าที่ทุกคนจะมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชน แต่สุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เหตุสลดครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงข่าวการสูญเสียของตำรวจนายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกหน่วยงานทบทวนระบบดูแลสุขภาพ การทำงานเป็นทีม และการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ร.ต.ต.แสนชัย ยุลี และเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ต้องสูญเสียบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ เหตุการณ์ ร.ต.ต. โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่ ควรได้รับการจดจำในฐานะบทเรียนสำคัญว่า การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว การเตรียมยาและอุปกรณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการใส่ใจสุขภาพของเจ้าหน้าที่ อาจช่วยลดความสูญเสียในเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันได้

ที่มา – สลด! ‘ร.ต.ต.’ เข้าระงับเหตุคนเมาอาละวาด โรคหัวใจกำเริบขณะปฏิบัติหน้าที่ สุดยื้อชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *