วุฒิสภาลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย รับฟังปัญหานมล้นตลาด

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โดยมี นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ นำทีมลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อ วุฒิสภาลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย รับฟังปัญหาจากการดำเนินงานของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

วุฒิสภาลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายธวัช สุระบาล ได้เดินทางร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมแบบครบวงจร และผู้แทนจากภาคส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้จัดการสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เพื่อหารือแนวทางรองรับปัญหาที่เผชิญหน้าในหลายจังหวัดภาคกลางตอนล่างและภาคใต้

ปัญหานมล้นตลาดและผลกระทบต่อสหกรณ์

จากการเก็บข้อมูลเบื้องต้นพบว่า สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทรายปัจจุบันประสบปัญหาสำคัญคือ ปัญหานมล้นตลาด โดยมีนมดิบที่ไม่มีกลุ่มเป้าหมายในการจำหน่าย และจำต้องทิ้งเนื้อต้นถึง 5-8 ตันต่อเดือน รวมถึงการขนส่งนมดิบจำนวน 10 ล้านกล่อง จากโครงการนมโรงเรียนไปยังโรงงานหนองโพเพื่อแพ็คใส่กล่อง มูลค่ารวมกว่า 85 ล้านบาท ส่งผลให้สภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ลดลงไปอย่างหนัก

นายธวัช เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาหลักที่สหกรณ์ภาคส่วนกำลังเผชิญไม่ใช่แค่เรื่องการตลาดในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึง การจัดสรรโควตานมโครงการ การควบคุมราคานม และการขาดช่องทางจำหน่ายที่มั่นคง เนื่องจากหลายบริษัทเอกชนเลือกการกระจายรายได้ผ่านบริษัทย่อย ทำให้สหกรณ์เข้าถึงทรัพยากรและตลาดได้ยากขึ้น

แนวทางแก้ไขเชิงรัฐบาล

หนึ่งในแนวทางที่เสนอจากคณะทำงานคือ การกำหนด ราคากลางของนมดิบ และการจัดสรรสัดส่วนโควตามาตรฐานจากรัฐบาล เพื่อลดความคลาดเคลื่อนและความไม่เสถียรของการซื้อขาย การระบายสินค้าที่มีอยู่ล้นตลาด ได้แก่ การให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนม (อสค.) รับผลิตนม UHT เพื่อใช้ในโครงการต่างๆ เช่น โรงเรียนและหน่วยงานราชการ ซึ่งโดยปัจจุบันผลิตออกมาแล้วกว่า 100 ล้านกล่อง หรือมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

หากภาครัฐไม่เข้าเป็นช่องทางระบายสินค้า ผลจะตกค้างอยู่กับสหกรณ์และรัฐโดยตรง ดังนั้น นายธวัช จึงเสนอให้การช่วยเหลือควรเป็นแบบองค์รวม ไม่ใช่เพียงอุดหนุน แต่ต้องมีการจัดการตลาดเชิงรุกร่วมด้วย

เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในระบบอุตสาหกรรมโคนมไทย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้เริ่มศึกษาเสนอกฎหมายโคนมฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ในตอนนี้ การที่ วุฒิสภาลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จัดเป็นก้าวสำคัญในการเข้าใจปัญหาต้นตอ และหามาตรการสนับสนุนระยะยาว ซึ่งหากนำไปปฏิบัติอย่างมีระบบ จะช่วยให้อุตสาหกรรมนมไทยฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

การทำงานของรัฐต้องเป็นการประสานพลังจากหลายภาคส่วน เพื่อไม่ให้เกษตรกรอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์แท้จริงจากการพัฒนาที่เกิดขึ้น

ที่มา – วุฒิสภาลงพื้นที่สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย รับฟังปัญหานมล้นตลาด พร้อมเสนอแนวทางแก้ไข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *