ศึกสภาร้อนโหมไฟการเมือง
สถานการณ์การเมืองไทยตอนนี้ต้องบอกว่าเข้มข้นสุดตีนไม่ไหวแล้ว เพราะทุกฝ่ายต่างตั้งแง้มองหาจังหวะทุกโอกาสเพื่อสร้างพลังผลักดันให้พรรคฝ่ายตัวเองได้ลุยต่อ ล่าสุด ‘ตระกูลชินวัตร’ ยังอยู่ในจุดขึ้น ๆ ลง ๆ หลังศาลชั้นต้นยกฟ้องคดี 112 ของ ‘นายใหญ่’ ทักษิณ ทำให้สภามีโอกาสเป็นเวทีต่อสู้ทางการเมืองอีกครั้ง
ศึกสภาร้อนโหมไฟการเมือง
เกมการเมืองในสภาถือว่าเดือดมากเมื่อ ‘พรรคภูมิใจไทย’ ร่วมกับ ‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย’ นำโดย ‘ตู่’ จตุพร พรหมพันธุ์ ได้จัดการชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 ซึ่งเป็นประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านพร้อมเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาครอบคลุมประเด็นนี้ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อ ‘ไชยา พรหมา’ รองประธานสภาคนที่หนึ่ง สั่งปิดประชุมสภาอย่างกระทันหัน ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวเพิ่งรับหนังสือข้อเรียกร้องจากกลุ่มผู้ชุมนุมไปไม่นาน
ฝ่ายค้านไม่ยอมเงียบ ออกมาวิจารห์การกระทำของนายกฯฝ่ายสภาอย่างเผ็ดเผ็ด ว่าเป็นการทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง และละเมิดข้อตกลงร่วมระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย การปิดสภาแบบนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาในเดือนกรกฎาคม
- ก่อนหน้านี้ศาลยกฟ้อง ‘นายใหญ่’ ทักษิณ ชินวัตร จากคดี 112
- ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43-44
- การปิดสภาอย่างดื้อพลังของ ‘ไชยา พรหมา’
- พรรคประชาชนและภูมิใจไทยเรียกร้องการเปิดสภาเพื่อพูดคุย
ประเด็นดังกล่าวยังมีการดำเนินต่อในสภาสูง โดย ‘ส.ว. สีน้ำเงิน’ จับประเด็นนี้ไปตั้งเป็นวาระญัตติเพื่อตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาข้อดีข้อเสียในการยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 อย่างจริงจัง แม้ทาง ‘นายกฯ อิ๊งค์’ จะอยู่ในจุดที่ถูกจับตานับวันใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเตรียมฟังคำวินิจฉัยกรณีปมคลิปเสียง
ในทุก ๆ จังหวะของการเมืองไทยตอนนี้ เราจะเห็นเกมในสภาตั้งอยู่บนความร้อนแรงของการต่อสู้อย่างเดือดดาล โดยเฉพาะเรื่องการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ถูกหยิบยกมากลายเป็นไฟลุกลามต่อทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสังคมทั่วไป
ข้อเท็จจริงคือ สภาไทยกลายเป็นเวทีที่สะท้อนอารมณ์และมุมมองของทุกฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง บ่งบอกว่าการเมืองบ้านเราถึงจุดที่ยอดเย็นก็ยังไม่มีอะไรเย็นลงได้
ในขณะที่📩ศาลยังไม่ตัดสิน ‘นายกฯ อิ๊งค์’ มาตรฐานทางการเมืองในสภาถือเป็นฉากหนึ่งที่เต็มไปด้วยความร้อนแรงจากกลุ่มพลังต่าง ๆ พร้อมผลักดันให้สภาเป็นศูนย์กลางของความคืบหน้าทางการเมืองไม่ใช่น้อย
อย่างไรก็ตาม ศึกสภาร้อนโหมไฟการเมืองครั้งนี้มีมุมมองให้เราเห็นว่าการเมืองไทยยังวิวัฒนาการได้แค่ไหน หากมีการล็อกอินของกลุ่มผู้แทนจากประชาชนทุกฝ่ายที่มีวิสัยทัศน์มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว
ที่มา – ศึกสภาร้อนโหมไฟการเมือง