สมาคมค้าปลีกยุโรปคัดค้านกฎใหม่อียู ระบุโฆษณาที่ใช้เอไอให้เป็น “ดีปเฟค”

ในโลกยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ งานนี้ดูเหมือนว่ากลุ่มผู้ประกอบการกำลังเจองานหินเข้าให้แล้ว เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จาก "สมาคมค้าปลีกยุโรปคัดค้านกฎใหม่อียู ระบุโฆษณาที่ใช้เอไอให้เป็น ดีปเฟค" ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับเหล่าร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั่วทวีปไม่น้อยเลยทีเดียว โดยกฎหมายฉบับนี้กำลังจะถูกบังคับใช้เพื่อควบคุมเนื้อหาที่สร้างจากเทคโนโลยีสมัยใหม่

มุมมองจากภาคธุรกิจเมื่อ สมาคมค้าปลีกยุโรปคัดค้านกฎใหม่อียู ระบุโฆษณาที่ใช้เอไอให้เป็น ดีปเฟค

สาระสำคัญของเรื่องนี้คือ ทางสหภาพยุโรปได้เตรียมประกาศกฎหมาย AI ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ส.ค. นี้ โดยกำหนดให้บริษัทต่างๆ ต้องติดฉลากระบุให้ชัดเจนหากมีการใช้ AI สร้างหรือแก้ไขภาพ วิดีโอ หรือเสียงที่เข้าข่ายลักษณะ "ดีปเฟค" (Deepfake) อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกมองว่าการตีความแบบเหมาเข่งนี้อาจดูรุนแรงเกินไปสำหรับงานกราฟิกโฆษณาทั่วไป

ทำไมการโต้แย้งเกิดขึ้น?

นางคริสเตล เดลเบิร์ก ผู้อำนวยการทั่วไปของกลุ่มอุตสาหกรรมชี้แจงว่า ภาพโฆษณาที่ผ่านการแต่งแต้มด้วย AI เพื่อความสวยงาม เช่น การจัดวางโซฟาในห้องนั่งเล่นจำลอง หรือการตกแต่งภาพนางแบบสำหรับสินค้าแฟชั่นนั้น ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงผู้บริโภคแต่ประการใด การที่ สมาคมค้าปลีกยุโรปคัดค้านกฎใหม่อียู ระบุโฆษณาที่ใช้เอไอให้เป็น ดีปเฟค จึงเป็นไปเพื่อรักษาบรรยากาศการทำธุรกิจที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ

หากเราลองมาดูประโยชน์ของ AI ที่ใช้ในธุรกิจค้าปลีกปัจจุบัน จะพบว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงมหาศาล:

  • Zalando: ลดต้นทุนการผลิตเนื้อหาคอนเทนต์ได้สูงถึง 90%
  • H&M และ Zara: ใช้การสร้างตัวแบบจำลองด้วย AI ช่วยให้การทำภาพโฆษณาสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้นมาก

ข้อกังวลที่สำคัญคือ หากทุกภาพที่ผ่านกระบวนการ AI ต้องถูกติดป้ายเตือนว่าเป็นเนื้อหาดีปเฟค จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและลดคุณค่าของการแสดงข้อมูลจริงไปโดยปริยาย

ในความเห็นของผม การควบคุมเทคโนโลยีเป็นเรื่องดี แต่ความสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับความคล่องตัวทางธุรกิจเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ หากภาครัฐปรับเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าอะไรคือ "การสร้างความเข้าใจผิด" และอะไรคือ "การแต่งภาพเชิงศิลปะ" ปัญหาความขัดแย้งนี้ก็น่าจะหาจุดลงตัวได้ไม่ยาก เพื่อให้ทั้งผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นจริง และธุรกิจก็ยังคงเติบโตต่อไปได้อย่างสร้างสรรค์ครับ

ที่มา – สมาคมค้าปลีกยุโรปคัดค้านกฎใหม่อียู ระบุโฆษณาที่ใช้เอไอให้เป็น “ดีปเฟค”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *