สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง “เกือบทั้งหมด” ในสงครามอิหร่าน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกันมาบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง “เกือบทั้งหมด” ในสงครามอิหร่าน จนเกิดเป็นข้อกังวลในระดับโลก วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลที่น่าสนใจและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้เข้าใจง่ายๆ ครับ
สถานการณ์ สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง “เกือบทั้งหมด” ในสงครามอิหร่าน
จากการรายงานของรอยเตอร์ส พบว่าอาวุธหลักที่กองทัพสหรัฐเลือกใช้คือ ระบบขีปนาวุธยุทธวิธี (ATACMS) และขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ (PrSM) ซึ่งถือเป็นอาวุธระดับเทพที่ช่วยให้ทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำจากระยะปลอดภัย แต่ปัญหาคือเมื่อมีการใช้งานอย่างหนักในสมรภูมิอิหร่านและยูเครน คลังแสงของสหรัฐก็เริ่มมีจำนวนลดน้อยลงอย่างน่าตกใจ
ทำไมการที่ สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง “เกือบทั้งหมด” ในสงครามอิหร่าน ถึงน่ากังวล?
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ เรามาดูปัจจัยสำคัญกันครับ:
- ต้นทุนที่สูงลิ่ว: ขีปนาวุธแต่ละลูกมีราคาสูงกว่า 33 ล้านบาท การใช้จ่ายไปอย่างรวดเร็วส่งผลต่อความคุ้มค่าและงบประมาณกลาโหม
- ความเสี่ยงต่อภารกิจ: หากคลังแสงพร่องไป โดนัลด์ ทรัมป์ อาจต้องสั่งให้นักบินใช้เครื่องบินขับไล่เสี่ยงเข้าใกล้พื้นที่ศัตรูแทนการยิงจากระยะไกล
- ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์: การขาดแคลนอาวุธชนิดนี้อาจลดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามจากรัสเซียและจีนในอนาคตได้
แม้ว่าทำเนียบขาวจะยืนยันว่าสหรัฐมีกระสุนสำรองเพียงพอและกำลังเร่งการผลิตในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่เหล่านักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังคงแสดงความกังวลว่า หากสงครามยังคงยืดเยื้อต่อไป กำลังการผลิตอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกสมรภูมิทั่วโลกครับ
ในมุมมองส่วนตัว ผมมองว่านี่คือบทเรียนสำคัญของสงครามสมัยใหม่ที่วัดกันด้วยศักยภาพของเทคโนโลยีอาวุธ หากคลังแสงไม่พร้อม ความมั่นคงของชาติก็อาจสั่นคลอนได้ง่ายๆ คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าสหรัฐจะแก้เกมนี้อย่างไรครับ
ที่มา – สหรัฐใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลความแม่นยำสูง “เกือบทั้งหมด” ในสงครามอิหร่าน