‘สหรัฐ-อียู’ ยกระดับความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ หวังรับมืออิทธิพลจีน

ในยุคที่เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมสีเขียวกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ‘สหรัฐ-อียู’ ยกระดับความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ หวังรับมืออิทธิพลจีน ที่ครองตลาดโลกมากเกินไป ข่าวนี้มาจากการรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับบทบาทของสหภาพยุโรป (EU) จากรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งปกติมักวิจารณ์และสนับสนุนกลุ่มประชานิยมฝ่ายขวาในยุโรป

‘สหรัฐ-อียู’ ยกระดับความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ หวังรับมืออิทธิพลจีน

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้ ระหว่างนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีการต่างประเทศสหรัฐ กับนายมารอส เซฟโควิช หัวหน้าฝ่ายการค้าของอียู ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเชิงลึก นายรูบิโอเน้นย้ำว่า การกระจุกตัวของทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญในพื้นที่เพียงไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะจีน เป็นความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ เพราะแร่ธาตุเหล่านี้เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ชิปคอมพิวเตอร์ พลังงานหมุนเวียน และอาวุธยุทโธปกรณ์

ส่วนนายเซฟโควิช กล่าวในการแถลงข่าวว่า ข้อตกลงนี้จะทำให้ความร่วมมือมีระเบียบแบบแผน ตลอดห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ตั้งแต่การสำรวจ การขุดเจาะ การแปรรูป การกลั่น การรีไซเคิล ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาจีนที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 80-90% ในแร่สำคัญ เช่น ลิเธียม โคบอลต์ นีโอดิเมียม และกราฟไฟต์

รายละเอียดข้อตกลง ‘สหรัฐ-อียู’ ยกระดับความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ

ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันสำรวจการกำหนดราคาขั้นต่ำ (minimum price) สำหรับแร่ธาตุสำคัญ เพื่อป้องกันการทุ่มตลาดจากจีนหรือมหาอำนาจอื่น นอกจากนี้ ยังพิจารณาการประสานงานเรื่องเงินอุดหนุน การสำรองสต็อก การอำนวยความสะดวกทางการค้าในโลกตะวันตก และลงทุนร่วมในงานวิจัยพัฒนา สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐระบุว่า แผนนี้จะเป็นกลไกหลักในการประสานนโยบายและมาตรการทางการค้า โดยมุ่งสู่ข้อตกลงพหุภาคีที่มีผลผูกพัน

  • การสำรวจและขุดเจาะ: ร่วมมือหาแหล่งใหม่ในอเมริกาเหนือและยุโรป
  • การแปรรูปและกลั่น: สร้างโรงงานในประเทศพันธมิตร
  • รีไซเคิล: พัฒนาเทคโนโลยีนำกลับมาใช้ใหม่ ลดขยะ
  • การค้าและเงินอุดหนุน: ป้องกันการแข่งขันไม่เป็นธรรม

แร่ธาตุสำคัญเหล่านี้มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคต เพราะเป็นส่วนประกอบหลักในแบตเตอรี่รถ EV โซลาร์เซลล์ ลม และเทคโนโลยี 5G หากจีนยังครองตลาด สหรัฐและอียูอาจเผชิญวิกฤตอุปทานได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะหลังจากจีนเคยจำกัดการส่งออกในอดีต

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในการถ่วงดุลอิทธิพลจีน ในขณะที่ไทยและอาเซียนก็ควรจับตา เพราะเรามีศักยภาพในแร่ธาตุบางชนิด เช่น นิกเกิลและทังสเตน การมีห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนจะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาได้ประโยชน์

ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือโอกาสทองสำหรับโลกตะวันตกในการสร้าง ‘แร่ธาตุสำคัญ’ ที่เป็นอิสระจากจีน หากทำสำเร็จ จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูงได้เร็วขึ้น คุณคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและแร่ธาตุสำคัญได้ที่บล็อกนี้!

ที่มา – ‘สหรัฐ-อียู’ ยกระดับความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญ หวังรับมืออิทธิพลจีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *