สุริยะสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขยายเกษตรไทย
สุริยะสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นแนวทางสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังผลักดัน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยมุ่งสร้างความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับประเทศคู่ค้า รวมถึงรัสเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
ในการประชุมเวทีการลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหารว่า ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องการผลิตหรือภาคเกษตรเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เสถียรภาพทางสังคม และสันติภาพของโลก การมีอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และเข้าถึงได้ จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตประชาชน
สุริยะสร้างความมั่นคงทางอาหาร
แนวทางของกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงในระบบอาหาร โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น และปัญหาการหยุดชะงักของการค้า การสร้างเครือข่ายคู่ค้าที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้ไทยมีช่องทางจัดหาวัตถุดิบและอาหารที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเปิดตลาดใหม่ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย
3 แนวทางขับเคลื่อนความมั่นคงด้านอาหาร
- สร้างเครือข่ายคู่ค้าที่เชื่อถือได้ เพื่อให้การค้าและการจัดหาสินค้าเกษตรมีความต่อเนื่อง แม้เกิดความผันผวนในตลาดโลก
- กระจายแหล่งจัดหาอาหาร ลดการพึ่งพาประเทศหรือแหล่งผลิตเพียงแห่งเดียว และเพิ่มทางเลือกด้านวัตถุดิบให้กับภาคธุรกิจ
- พัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง การจัดเก็บ และการกระจายสินค้า เพื่อรักษาคุณภาพและลดต้นทุน
นอกจากการวางแนวทางภายในประเทศแล้ว นายสุริยะยังได้หารือกับผู้แทนระดับสูงของรัสเซีย ทั้งกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจ ผู้ว่าการภูมิภาคครัสโนดาร์ และเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของทั้งสองประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบเกษตรและอาหาร เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาว
สำหรับสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพในการขยายตลาดไปยังรัสเซีย ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป ผลไม้เขตร้อนทั้งสดและแปรรูป รวมถึงข้าว สินค้าเหล่านี้มีจุดแข็งด้านคุณภาพ รสชาติ และความหลากหลาย โดยเฉพาะอาหารแปรรูปที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตจากเกษตรกร
ขณะเดียวกัน รัสเซียมีความสนใจส่งออกสินค้าเกษตรมายังไทย เช่น เนื้อวัวพรีเมียม ธัญพืช ข้าวสาลี อาหารทะเล และน้ำมันเรพซีด การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคไทย และอาจช่วยเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร อาหารสัตว์ และการแปรรูปในประเทศ
โอกาสของสินค้าเกษตรไทยในตลาดรัสเซีย
รัสเซียเป็นคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 34 ของไทย โดยในปี 2568 ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรรวม 8,228 ล้านบาท ขณะที่ช่วงปี 2566-2568 การค้าสินค้าเกษตรขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.76 ต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดรัสเซียยังมีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์และผ่านกระบวนการแปรรูป
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าและปลาแปรรูป สับปะรดแปรรูป ซอสและเครื่องปรุงรส ข้าว และอาหารสัตว์เลี้ยง การส่งเสริมมาตรฐานสินค้า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการทำตลาดให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภครัสเซีย จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง
สุริยะสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงไม่ใช่เพียงนโยบายด้านการเกษตร แต่เป็นการวางรากฐานให้ไทยมีระบบอาหารที่ยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับตลาดโลก และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น หากความร่วมมือไทย-รัสเซียเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ เพิ่มรายได้ และยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล
ในมุมมองของผู้บริโภค การสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยที่มีคุณภาพและเลือกซื้อสินค้าที่ได้มาตรฐาน คืออีกแรงสำคัญในการสร้างระบบอาหารที่แข็งแรง ทุกภาคส่วนควรร่วมกันผลักดันความร่วมมือครั้งนี้ให้เกิดผลจริง เพราะความมั่นคงทางอาหารในวันนี้ คือหลักประกันของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในอนาคต
ที่มา – ‘สุริยะ’ พากระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร


