หอการค้าแม่ฮ่องสอนเผยมาตรการควบคุมแรงงานผู้อพยพ
กรณีที่ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประกาศแผนจะนำแรงงานจากกลุ่มผู้อพยพในศูนย์พักพิงชั่วคราว 9 แห่งแนวชายแดน มาทดแทนแรงงานกัมพูชา หลังองค์กรระหว่างประเทศ (TBC และ IRC) หยุดให้การสนับสนุนด้านอาหารและสุขภาพตั้งแต่ปลายกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความจำเป็นในการเปิดทางให้แรงงานในศูนย์ฯ ออกไปหางานทำภายนอก
หอการค้าแม่ฮ่องสอนเผยมาตรการควบคุมแรงงานผู้อพยพ
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีศูนย์พักพิงจำนวน 4 แห่ง ได้แก่
- ศูนย์พักพิงบ้านใหม่ในสอย ต.บางปางหมู อ.เมือง ซึ่งมีผู้หนีภัย 1,719 ครัวเรือน หรือประมาณ 9,642 คน
- ศูนย์พักพิงบ้านแม่สุริน ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม มีผู้หนีภัย 407 ครัวเรือน หรือ 1,831 คน
- ศูนย์พักพิงบ้านแม่ลามาหลวง ต.สบเมย มีผู้ลี้ภัย 1,692 ครัวเรือน หรือ 9,071 คน
- ศูนย์พักพิงบ้านแม่ละอูน ต.สบเมย อ.สบเมย มี 1,513 ครัวเรือน หรือ 8,053 คน
ที่สำคัญคือ องค์กร IRC ได้หยุดให้การสนับสนุน อย่างเต็มรูปแบบ ส่วน TBC ยังสนับสนุนเพียง 40% ทำให้พื้นที่สองศูนย์แรกถูกกระทบมากที่สุด
หอการค้าแม่ฮ่องสอนออกความเห็นอย่างไร?
ชนเขต บุญญขันธ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แม้จะเห็นใจในสถานการณ์ของผู้อพยพ แต่หากอนุญาตให้พวกเขาทำงานนอกศูนย์ต้องมี มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด
“เรามองว่าการเปิดโอกาสให้แรงงานผู้อพยพเข้าสู่ตลาดแรงงานภายนอก เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องควบคุมว่า paw ทักษะของพวกเขาเหมาะสมกับความต้องการแรงงานในพื้นที่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่แรงงานท้องถิ่นยังมีอยู่เพียงพอ”
ข้อห่วงใยด้านความปลอดภัยและกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีหลายประเด็นที่ต้องได้รับการพิจารณา เช่น
- ทักษะฝีมือของแรงงานจากศูนย์ฯ
- การพัฒนาภาษาและการสื่อสาร
- ระบบติดตามตัว เช่น บัตรประจำตัวผู้หนีภัย
- นโยบายการจ้างงานควรให้ความสำคัญกับแรงงานไทยก่อน
- ความเสี่ยงในการเกิดการค้ามนุษย์หากไม่มีการควบคุม
“ไม่ใช่แค่เรื่องของแรงงาน แต่ยังมีเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทั้งผู้ว่าจ้างและตัวแรงงานเอง ซึ่งต้องมีมาตรการรัดกุมและเป็นระบบ หากไม่ดูแลตั้งแต่ต้น อาจจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง”
แนวทางการจัดการระยะยาว
นอกจากการออกไปทำงาน หอการค้ายังเสนอแนวทางเสริม เช่น การจัดสรรพื้นที่ให้พวกเขาปลูกผัก ทำสวนครัว หรือเลี้ยงสัตว์ภายในศูนย์ฯ เพื่อลดปัญหาความขาดแคลนในช่วงที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งจะช่วยให้ส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว
ในมุมมองของผู้ประกอบการ ขอให้รัฐมีมาตรการที่ชัดเจนและปลอดภัยทั้งต่อกลุ่มแรงงานและชาวบ้าน โดย การอนุญาตให้ผู้อพยพทำงานนอกศูนย์ ต้องมีกฎหมายรองรับอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมา
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นความยากลำบากของทุกฝ่าย ทั้งรัฐ เจ้าหน้าที่ และคนในชุมชน พลเมืองต่างด้าว และผู้อพยพ ที่ต่างพยายามอยู่รอดและหาทางออกจากวิกฤต หากนโยบายส่วนกลางวางไว้ไม่มั่นคง ก็มีความเสี่ยงต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากต้องการนำแรงงานจากผู้อพยพมาทำงานนอกศูนย์จริง ๆ ต้องมีระบบที่เข้มงวดมากกว่านี้ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว และเคารพสิทธิผู้คนในเวลาเดียวกัน
ที่มา – หอการค้าแม่ฮ่องสอน เผยหากอนุญาตผู้อพยพทำงานนอกศูนย์ต้องมีมาตรการควบคุมเข้ม
