อนุกมธ.กีฬา จี้ กกท. วางแผนรับมือซีเกมส์ ไทย-กัมพูชา
อนุกมธ.กีฬา จี้ กกท. วางแผน-ซักซ้อมรับมือซีเกมส์ ไทย-กัมพูชา
การแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ กำลังใกล้เข้ามาทุกที โดยเฉพาะคู่แข่งขันฟุตบอลชายระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติกัมพูชา ที่ถือเป็นแมตช์สำคัญและมีความอ่อนไหวทางการเมืองสูง ล่าสุด คณะอนุกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา หรือ อนุกมธ.กีฬา ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันอย่างปลอดภัยและมีระเบียบ
การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานชั้นนำเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย, กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 และตัวแทนจาก กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันวางแนวทางการดูแลความปลอดภัย พร้อมวางแผนรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในสนาม
ห่วงจราจล-ป้องกันความวุ่นวายในสนาม
ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ที่ปรึกษาอนุกมธ.ด้านการกีฬา แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองและประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในแมตช์กีฬาที่อาจกลายเป็นชนวนจุดความตึงเครียด ท่านย้ำว่า อนุกมธ.กีฬา ต้องการให้มีการวางแผนล่วงหน้าสำหรับกรณีเกิดจราจลหรือการปะทะกันของกองเชียร์ พร้อมขอให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดเตรียมช่องทางพิเศษสำหรับแขก VIP และคณะผู้แทนประเทศกัมพูชา เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้า-ออกสนาม
มาตรการดูแลความปลอดภัยขั้นสูง
นายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. เปิดเผยว่า ได้มีการจัดการดูแลความปลอดภัยให้กับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากกัมพูชาอย่างเข้มงวด โดยมีการจัด โรงแรมที่พักรวม และ รถรับส่งคันเดียว สำหรับทุกชนิดกีฬา ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล, อีสปอร์ต, กรีฑา, วอลเลย์บอล หรือเทนนิส เพื่อควบคุมเส้นทางการเดินทางและลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวในพื้นที่สาธารณะ
ด้านความปลอดภัยภายในสนาม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยนายมนูญ อุทะกะวารี รองเลขาธิการฝ่ายสื่อสารองค์กร ยืนยันว่าได้วางแผนการดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม ทั้งการจัดโซนนิ่งที่นั่งของผู้ชมและพื้นที่สำหรับแขก VIP ตามมาตรฐานของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ตำรวจพร้อมรับมือกองเชียร์หัวรุนแรง
พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจ 2 กองร้อย หรือประมาณ 200 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยของกองเชียร์ โดยเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานในชุดนอกเครื่องแบบ เพื่อสังเกตการณ์กลุ่มบุคคลที่อาจก่อความวุ่นวายบริเวณลานกิจกรรมก่อนเข้าสนาม
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมแผนรับมือฝูงชนภายในราชมังคลากีฬาสถานเป็นประจำ จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ห่วงคอมเมนเตเตอร์ยั่วยุ-ต้องรับผิดชอบคำพูด
หนึ่งในประเด็นที่ อนุกมธ.กีฬา เป็นห่วงเป็นพิเศษคือการใช้ถ้อยคำของ ผู้บรรยาย (Commentator) ที่อาจใส่ความคิดเห็นส่วนตัวหรือใช้ถ้อยคำยั่วยุ ซึ่งอาจกระตุ้นอารมณ์ของกองเชียร์จนนำไปสู่ความวุ่นวายได้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงเน้นย้ำว่า ผู้บรรยายทุกคนควรตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง เพราะคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศและบรรยากาศการแข่งขันได้อย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่าประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ 2025 อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ธันวาคมนี้
การเตรียมความพร้อมในทุกด้านไม่ใช่แค่เรื่องของกีฬา แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ การทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง


