อนุทินมั่นใจ รัฐบาลแข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยฟื้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างพบปะชุมชนชาวไทยในกรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏานว่า อนุทินมั่นใจ รัฐบาลแข็งแกร่ง และสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ได้ แม้ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และราคาพลังงาน

การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการ โดยได้พูดคุยกับคนไทยในต่างแดนและสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์ในประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังเดินหน้าทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในหลายด้าน

อนุทินมั่นใจ รัฐบาลแข็งแกร่ง เดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจไทย

นายกรัฐมนตรีมองว่า แม้บรรยากาศทางการเมืองจะมีความขัดแย้งและถูกมองว่ารุนแรงกว่าหลายช่วงที่ผ่านมา แต่ภาพรวมของการบริหารประเทศยังเดินหน้าได้ รัฐบาลมีความมั่นคงและสามารถผลักดันนโยบายสำคัญออกมาเป็นรูปธรรมได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้นในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ในมุมเศรษฐกิจ มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ไทยมากขึ้นเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา โดยลักษณะการลงทุนที่ได้รับความสนใจไม่ได้เน้นเพียงการใช้แรงงานต้นทุนต่ำ แต่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการส่งออก

อนุทินมั่นใจ รัฐบาลแข็งแกร่ง เพราะไทยมีศักยภาพเป็นฐานการผลิต

จุดแข็งของประเทศไทยคือการเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค นักลงทุนจึงมองเห็นโอกาสในการใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการส่งออก หากภาครัฐสามารถดูแลโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และทักษะแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว

นายอนุทินยังกล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยว่า ตัวชี้วัดหลายด้านเริ่มสะท้อนความแข็งแรงมากขึ้น โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ในปีนี้จะขยายตัวตามการลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากประชาชนและภาคธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน

มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียน

หนึ่งในนโยบายที่ถูกกล่าวถึงคือโครงการคนละครึ่ง ไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและสนับสนุนร้านค้ารายย่อย แม้ประชาชนบางส่วนอาจยังไม่รู้สึกถึงผลลัพธ์ในภาพรวม แต่ร้านค้าที่มียอดขายเพิ่มขึ้นย่อมมีรายได้และสภาพคล่องมากขึ้น เงินจึงสามารถหมุนเวียนต่อไปยังผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และแรงงานในชุมชน

  • ช่วยเพิ่มยอดขายร้านค้ารายย่อย โดยเฉพาะธุรกิจในชุมชน
  • กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ให้เกิดการหมุนเวียนของเงินมากขึ้น
  • สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และช่วยลดผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพ
  • สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการที่เข้าถึงประชาชน

สำหรับปัญหาภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หนักขึ้น ทั้งน้ำท่วมและภัยพิบัติรูปแบบต่าง ๆ รัฐบาลจึงต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ แม้งบประมาณจะมีข้อจำกัด แต่ภาครัฐยังมีหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าแนวคิดการซื้อประกันภัยพิบัติให้คนไทยจำนวน 30 ล้านครอบครัว หากเกิดน้ำท่วมหรือภัยพิบัติอื่น ผู้ได้รับผลกระทบจะมีบริษัทประกันภัยเข้ามาช่วยจ่ายเงินเยียวยาตามเงื่อนไข มาตรการดังกล่าวสะท้อนความพยายามในการสร้างระบบรองรับความเสี่ยงให้ประชาชน ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณของรัฐเพียงช่องทางเดียว

ราคาพลังงานและสินค้าเกษตรยังเป็นโจทย์สำคัญ

ประเด็นราคาน้ำมันแพงยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รัฐบาลจึงพยายามส่งเสริมให้ประชาชนหันไปใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยบรรเทาภาระบางส่วนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจ

ส่วนราคามันสำปะหลังปรับตัวสูงขึ้นในรอบหลายปี โดยมีปัจจัยจากการควบคุมราคาและความเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงสถานการณ์การปิดด่านบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทำให้สินค้าเกษตรบางส่วนถูกนำมาใช้ภายในประเทศมากขึ้น ภาครัฐจึงต้องติดตามทั้งราคาสินค้า ต้นทุนการขนส่ง และรายได้ของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ประเทศไทยกำลังพยายามยกระดับความเข้มแข็งในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน สวัสดิการ สุขภาพ และการรับมือภัยพิบัติ ขณะเดียวกัน คนไทยที่อยู่ต่างประเทศและประสบความสำเร็จยังสามารถกลับมาช่วยพัฒนาประเทศได้ โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาหรือเสนอความคิดเห็นผ่านสถานเอกอัครราชทูตและช่องทางออนไลน์ของสถานทูต

โดยสรุป แนวทางของรัฐบาลมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ควบคู่กับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตต่าง ๆ แม้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะไม่เกิดขึ้นในทันที แต่การลงทุนในเทคโนโลยี การพัฒนาฐานการผลิต และมาตรการช่วยเหลือประชาชนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป

มุมมองส่งท้าย: หากรัฐบาลสามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้เกิดการจ้างงานและรายได้ที่กระจายถึงประชาชนได้จริง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยก็จะมีความหมายมากกว่าตัวเลข GDP และช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทยในระยะยาว

ที่มา – ‘อนุทิน’ มั่นใจ รัฐบาลแข็งแกร่ง ย้ำ เศรษฐกิจไทยฟื้นนักลงทุนปักฐานการผลิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *