อาจารย์ธรรมศาสตร์ ค้านรัฐบาลกู้เงินแสนล้าน มาแจกคนละครึ่ง
ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพพุ่งสูง รัฐบาลจึงมีแผนออก พ.ร.ก. กู้เงินนับแสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่มีเสียงคัดค้านจากนักวิชาการชื่อดัง โดยเฉพาะ อาจารย์ธรรมศาสตร์ ค้านรัฐบาลกู้เงินแสนล้าน มาแจกคนละครึ่ง บัตรคนจน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ
อาจารย์ธรรมศาสตร์ ค้านรัฐบาลกู้เงินแสนล้าน มาแจกคนละครึ่ง บัตรคนจน
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน โดยไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมขยายเพดานหนี้สาธารณะและออกพระราชกำหนดการเงินกู้ฉบับใหม่ เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการแจกเงินประชานิยม เช่น โครงการคนละครึ่งพลัง หรือการแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย
อาจารย์เกียรติอนันต์ เน้นย้ำว่า “หากต้องการแจกเงิน ขอร้องรัฐบาลอย่ากู้เลย เหมือนบิณฑบาต อย่าไปทำอีก” เพราะการกู้เงินมาแจกแบบนี้ จะกลายเป็นภาระหนี้สาธารณะมหาศาลที่ตกทอดไปถึงรุ่นลูกหลาน โดยที่ไม่เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อเศรษฐกิจในระยะยาว การเพิ่มหนี้สาธารณะในลักษณะนี้เสี่ยงต่อความยั่งยืนทางการคลังของประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จากโควิด-19
เหตุผลหลักที่อาจารย์ค้านนโยบายกู้เงินแจก
แม้ว่าจะยอมรับว่าโครงการช่วยเหลือระยะสั้นเพื่อบรรเทาค่าครองชีพในช่วง 6 เดือนแรกอาจจำเป็นในบางกรณี แต่รัฐบาลควรใช้เงินงบประมาณที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก และเลือกช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ แบบเจาะจง ไม่ใช่การเหวี่ยงแหแจกเงินให้ทุกคน เพราะนโยบายแบบนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (symptom treatment) ที่ไม่แก้ต้นตอโครงสร้างปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ความเหลื่อมล้ำรายได้ การขาดแคลนทักษะแรงงาน หรือการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน
การแจกเงินคนละครึ่งหรือบัตรคนจน อาจช่วยกระตุ้นการบริโภคชั่วคราว แต่ไม่สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และยังเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อหากเงินไหลเข้าตลาดมากเกินไป นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของไทยปัจจุบันอยู่ที่ระดับสูงใกล้ 60% ของ GDP แล้ว การกู้เพิ่มอีกแสนล้านยิ่งทำให้สถานะเครดิตของประเทศอ่อนแอลง ส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมในอนาคต
ทางเลือกที่อาจารย์ธรรมศาสตร์เสนอแทนการแจกเงิน
แทนที่จะกู้เงินมาแจก อาจารย์เกียรติอนันต์ เสนอ 3 แนวทางหลักที่รัฐบาลควรนำเงินกู้ไปลงทุนเพื่อสร้างรากฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีแผนชัดเจนและวัดผลได้ ดังนี้
- ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมาย: สนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เช่น ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ หรือพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและลดการพึ่งพาการส่งออกดั้งเดิม
- ยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน: ลงทุนในอบรมและการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อให้แรงงานไทยมีทักษะสูงสอดคล้องกับอุตสาหกรรม 4.0 ลดปัญหาการว่างงานโครงสร้าง
- พัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการ: ให้สินเชื่อและคำปรึกษาแก่ SMEs เพื่อให้พวกเขากลายเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ สร้างห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่ง
แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้เงินกู้มี ROI (return on investment) สูง และลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาวมากกว่าการแจกเงินแบบเหวี่ยงแห
ประเด็น อาจารย์ธรรมศาสตร์ ค้านรัฐบาลกู้เงินแสนล้าน มาแจกคนละครึ่ง บัตรคนจน สะท้อนมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางการเงินมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากรัฐบาลฟังเสียงนี้ อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ดีกว่าสำหรับอนาคตเศรษฐกิจไทย
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? การกู้เงินแจกช่วยได้จริงหรือควรลงทุนโครงสร้างแทน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้อ่านมุมมองที่หลากหลาย!
ที่มา – อาจารย์ธรรมศาสตร์ ค้านรัฐบาลกู้เงินแสนล้าน มาแจกคนละครึ่ง บัตรคนจน