เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ!
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาในบริเวณแนวชายแดน ทำให้ประชาชนใน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ต้องอพยพหนีกระสุนปืนใหญ่เพื่อความปลอดภัย โดยอยู่ในศูนย์พักพิงเป็นเวลาถึง 15 วัน จนความสงบสุขได้กลับมาในที่สุด
เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน
ชาวบ้านในพื้นที่ที่ปลูกพืชผักเพื่อประกอบอาชีพ เช่น สวนแตงโม สวนฟักทอง สวนถั่วฝักยาว และสวนพริก ต้องประสบกับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีผู้ดูแลแปลงเพาะปลูกเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ผลผลิตที่กำลังจะเก็บเกี่ยวเสียหายหมด
พริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ
นางสาวอาทิตยา มั่งคั่ง อายุ 40 ปี ชาวบ้านตำบลจีกแดก เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เธอเลี้ยงชีพจากการปลูกพริกในแปลงขนาด 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งปกติจะปลูกพริกหมุนเวียนเป็นรุ่น ๆ โดยเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
พริกในแปลงนี้เพิ่งจะเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวรอบที่ 3 จากทั้งหมด 5 รอบ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 24 กรกฎาคม ก็ต้องอพยพทันที และไม่สามารถกลับมาดูแลแปลงได้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม
“เมื่อกลับมาแปลงพริกก็แห้งตายหมดเลย” นางสาวอาทิตยาเล่า “พริกในแปลงนี้มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 5 เดือน คาดว่าจะได้ผลผลิตรวมประมาณ 5 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 บาท ที่ราคาตลาดปัจจุบันที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม”
ที่น่าเป็นห่วงคือ การหายไปของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤต ทำให้ผลผลิตที่เหลือจากการดูแลประจำวันถูกทิ้งไว้ให้ถูกแดดเผาและขาดน้ำจนหยุดการเจริญเติบโต จนในที่สุดก็ พริกตายเรียบ ทั้งแปลง
- 15 วัน ที่เกษตรกรต้องอพยพหนีตาย
- พริกตายเรียบ เนื่องจากขาดการดูแล
- ผลผลิตที่สูญหาย มูลค่ากว่า 50,000 บาท
- ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือหรือเยียวยา
ไม่เพียงแค่การสูญเสียทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นภาระทางจิตใจที่หนักหน่วง สำหรับเกษตรกรที่มองผลผลิตที่พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ กลับกลายเป็นลมหายไปเพราะสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
ขณะนี้นางสาวอาทิตยาเผยว่า ต้นกล้าพริกที่เตรียมไว้เพื่อปลูกภายหลังก็ตายไปทั้งหมด และสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงไม่มั่นคง จึงต้องพักการเพาะปลูกไปก่อน โดยหวังว่าในอนาคตจะมีการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือองค์กรพันธมิตรที่เข้ามายกระดมความช่วยเหลือให้กับ เกษตรกรสวนพริกโอด เหล่านี้
ในช่วงเวลาเช่นนี้ เรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัยต้องมาก่อนรายได้ แต่หนทางของเกษตรกรผู้ใช้ชีวิตอยู่กับแปลงเพาะปลูก ต้องใช้ความเสี่ยงและเตรียมตัวให้สูง เพราะ “การขาดทุนย่อยยับ” อาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเงินหลายปีได้
ทั้งนี้ ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนเข้ามาเยียวยาความเสียหายในพื้นที่อย่างเป็นทางการ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาอย่างโดดเดี่ยว
ทางอาชญากรรมมิได้เกิดขึ้นเพียงทางร่างกายเท่านั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นซึ่งเกษตรกรต้องแสดงออกอยู่ในทุก ๆ วัน อาจกลายเป็นหายนะต่อเนื่องยาวนานกว่าสงครามที่จบลงไป
เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ! แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในพรมแดนไม่ได้กระทบแค่คนเพียงไม่กี่ราย แต่มันมากระทบการดำรงชีวิตของทั้งหมู่บ้าน ทั้งชุมชน ทั้งจิตใจและความเป็นอยู่ของมนุษย์
หากคุณเห็นปัญหานี้แล้วรู้สึกห่วงใย เรามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงให้เกษตรกรพื้นที่ชายแดนได้ด้วยการสนับสนุนด้านข้อมูลสนับสนุนด้านความช่วยเหลือจากองค์กร มีความรับผิดชอบต่อประชาคม และหวังว่าเครือข่ายความร่วมมือจะเริ่มขึ้นจากที่นี่
ที่มา – เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ!
