เกาหลีเหนือแซะผู้นำเกาหลีใต้ “หมกมุ่นจนหวาดระแวง” เรื่องการปลดนิวเคลียร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ว่าสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลเปียงยาง ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่าทีของรัฐบาลเกาหลีใต้ เรื่องนโยบายความมั่นคงและการเจรจาในประเด็น การปลดนิวเคลียร์ อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเกาหลีใต้นั้น “เป็นประเทศยากจนทางการเมืองเพียงแห่งเดียวบนโลก” ที่ยอมมอบอำนาจและความเป็นเอกราชให้แก่สหรัฐอย่างไม่มีขอบเขต ทั้งยังยังฝันกลางวันว่าเกาหลีเหนือควรจะต้อง “ปลดนิวเคลียร์” อย่างไร้เงื่อนไข

เกาหลีเหนือแซะผู้นำเกาหลีใต้ “หมกมุ่นจนหวาดระแวง” เรื่องการปลดนิวเคลียร์

รายงานจากเคซีเอ็นเอ ย้ำเตือนว่า ถ้าผู้นำเกาหลีใต้ยังคง “หมกมุ่นจนหวาดระแวง” เรื่องการปลดนิวเคลียร์ ราวกับเป็นโรคประจำตระกูล และไม่มีความเข้าใจถึงแก่นแท้ของปัญหา อาจจะส่งผลให้การเจรจาหาทางออกล่มเหลว พร้อมกับยืนยันว่า ประเทศนี้จะไม่มีวันยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพราะถือเป็นศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ และฐานะของรัฐที่ไม่สามารถถูกเจรจาแลกเปลี่ยนได้

เสียงจากเปียงยางและกรุงวอชิงตัน

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้มีโอกาสปาฐกถาที่ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน หลังพบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ณ ทำเนียบขาว โดยในคำปราศัย เขาได้เน้นย้ำว่า เกาหลีใต้ถือเป็นประเทศที่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อย่างเคร่งครัดโดยตลอด และอธิบายว่า แม้จะมีข้อตกลงหลายฉบับที่เป็นมิตรกับสหรัฐPLIT แต่ประเทศของเขาไม่ได้ “ขายเอกราช” แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เขาครอบคลุมถึงประเด็นที่เป็นสปอตไลท์ของโลกในเรื่อง朝鲜半岛ปัญหา กล่าวว่าการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา จำเป็นต้องมีโต๊ะเจรจาเป็นหลักประกัน ด้านรายงานจากการประชุมยังสรุปว่า “การกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต้องทำพร้อมกับการรับประกันความมั่นคงทางภูมิภาคอย่างแท้จริง”

  • เกาหลีเหนือยืนยันไม่มีวันปลดอาวุธนิวเคลียร์
  • แจ้งความกังวลผ่านสื่อรัฐว่าเกาหลีใต้หมกมุ่นเห็นแก่สหรัฐ
  • ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีอีแจมยองในวอชิงตันจั่วใจโลก

ข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นชัดเจนคือ ความสัมพันธ์ในคาบสมุทรเกาหลีในตอนนี้ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยแรงกดดันทางการเมืองและความคาดหวังที่ไม่ลงรอยกัน กล่าวได้ว่าการสื่อสารระหว่างรัฐบาลสองฝ่ายมากระหว่างสถานการณ์เชิงทหารที่ตึงเครียด การเจรจาทางทูต และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เผยให้เห็นภาพของความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ท่าทีของเกาหลีเหนือที่ไม่ยอมผ่อนคลายหากไม่มั่นคงด้านความปลอดภัย และการเตือนถึง การปลดนิวเคลียร์ แต่ต้องมากับเงื่อนไขหนักแน่นของฝ่ายตนเองนั้น เป็นแรงผลักดันให้บางคนมองว่าการเจรจาครั้งนี้จัดว่าอยู่ในเส้นทางที่ยากลำบากและต้องใช้เวลานาน

ทั้งนี้ หากมองในมุมกลยุทธ์ เกาหลีใต้ยังคงมีบทบาทในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทางเลือกหลายด้าน ทั้งจีน สหรัฐ และที่สำคัญคือเกาหลีเหนือเอง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญให้เหตุการณ์ดำเนินไปอยู่ในกรอบการเมืองโลกยุคใหม่

ท้ายที่สุด การเมืองบนคาบสมุทรเกาหลีไม่ใช่เพียงแผนที่ที่เต็มไปด้วยเงาของสงครามเย็น แต่ยังซับซ้อนด้วยวัฒนธรรมและการประเมินตัวตนของแต่ละฝ่าย ซึ่งบางครั้ง “การปลดนิวเคลียร์” อาจไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่นคง แต่เป็นเสียงสะท้อนจากอุดมการณ์ที่ฝังลึกในโครงสร้างทางการเมืองของแต่ละประเทศ หากไม่ทราบจุดนี้ไว้ การสื่อสารและการหาทางออกที่ยั่งยืนคงยากที่จะเป็นไปได้

ที่มา – เกาหลีเหนือแซะผู้นำเกาหลีใต้ “หมกมุ่นจนหวาดระแวง” เรื่องการปลดนิวเคลียร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *