เริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที
เริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที หลังกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด และพบว่าปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับแผนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับปริมาณฝนและน้ำท่าที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงช่วยรักษาสมดุลของระบบชลประทานและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
ข้อมูลล่าสุดจากสถานีวัดน้ำสำคัญระบุว่า สถานี P.17 บริเวณแม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานี N.67 บริเวณแม่น้ำน่าน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งสองสถานีมีแนวโน้มปริมาณน้ำลดลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลมารวมกันบริเวณสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ลดลงเหลือ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที
ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ประมาณ +16.38 เมตร รทก. เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง กรมชลประทานจึงกำหนดแผนทยอยลดการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 7 ต.ค. 69 โดยจะลดอัตราการระบายประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การปรับลดจะดำเนินต่อเนื่องจนกระทั่งเหลืออัตรา 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลา 13.00 น. จากนั้นจะคงอัตราการระบายดังกล่าวไว้ก่อน โดยกรมชลประทานจะประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง หากปริมาณฝนหรือน้ำท่ามีการเปลี่ยนแปลง ก็สามารถปรับแผนให้เหมาะสมกับสภาพจริงได้
รายละเอียดการเริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
- เริ่มลดการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 08.00 น. วันที่ 7 ต.ค. 69
- อัตราการระบายเดิมอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ทยอยลดประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- เป้าหมายการระบายอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- คาดว่าจะถึงอัตราเป้าหมายในเวลา 13.00 น. และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
นอกจากการลดการระบายน้ำท้ายเขื่อนแล้ว กรมชลประทานยังปรับลดการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เพื่อให้การใช้น้ำในภาพรวมมีความสมดุลมากขึ้น โดยลดปริมาณการรับน้ำรวมจาก 564 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 487 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนการบริหารน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่จริง
สำหรับแม่น้ำสะแกกรังที่สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ข้อมูลจากสถานีต่าง ๆ จะช่วยให้หน่วยงานประเมินทิศทางน้ำได้ละเอียดขึ้น และวางแผนการระบายให้เหมาะกับพื้นที่รับน้ำ รวมถึงแจ้งเตือนหน่วยงานและประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบได้ล่วงหน้า
ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามประกาศจากกรมชลประทาน หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ แม้การลดการระบายน้ำจะช่วยลดแรงกดดันในบางพื้นที่ แต่ระดับน้ำยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากฝนตกหนัก น้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน หรือการปรับแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงถัดไป
โดยสรุป การเริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที เป็นการปรับตามแนวโน้มปริมาณน้ำที่ลดลง เพื่อให้การจัดการน้ำทั้งระบบมีความเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ การสื่อสารข้อมูลที่รวดเร็วและการใช้น้ำอย่างมีความรับผิดชอบจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนและภาคการเกษตรได้
หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบเส้นทางน้ำ เตรียมยกของขึ้นที่สูง และติดตามประกาศล่าสุดจากทางราชการ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจและทันท่วงที
ที่มา – เริ่มปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เหลือ 2,400 ลบ.ม./วินาที