ครม.อนุมัติหักภาษี 2 เท่าหนุน MICE กระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาคธุรกิจเตรียมจับตานโยบายใหม่ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ MICE โดยเปิดทางให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนำค่าใช้จ่ายบางประเภทมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง มาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นแรงส่งสำคัญในการดึงดูดการจัดงานประชุม นิทรรศการ งานออกร้าน และงานแสดงสินค้าภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้าง

ครม.อนุมัติหักภาษี 2 เท่าหนุน MICE

รายละเอียดสำคัญของมาตรการคือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าภายในประเทศ สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการที่จ่ายจริง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะต้องมีหนังสือรับรองจากผู้จัดงาน เพื่อยืนยันว่าได้เข้าร่วมกิจกรรมจริง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

มาตรการดังกล่าวเริ่มนับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการ และกำหนดให้มีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ผู้ประกอบการที่สนใจใช้สิทธิจึงควรติดตามประกาศและรายละเอียดจากกรมสรรพากรอย่างใกล้ชิด เพราะเงื่อนไขด้านเอกสาร ระยะเวลา และประเภทค่าใช้จ่ายอาจมีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบก่อนยื่นภาษี

ครม.อนุมัติหักภาษี 2 เท่าหนุน MICE ช่วยธุรกิจอย่างไร

ในมุมของผู้ประกอบการ มาตรการนี้ช่วยลดต้นทุนในการออกบูธและเข้าร่วมงานแสดงสินค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการจำนวน 100,000 บาท บริษัทอาจนำรายจ่ายตามหลักเกณฑ์ไปคำนวณหักภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ทั้งนี้ การใช้สิทธิจริงต้องเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่หน่วยงานรัฐประกาศ ไม่ใช่การได้รับเงินคืนโดยตรงจากภาครัฐ

ประโยชน์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมก็มีโอกาสใช้เวที MICE เพื่อเปิดตัวสินค้า สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และพบลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ต้องการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่น การมีแรงจูงใจทางภาษีอาจทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมงานได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายระยะยาว

  • ลดภาระต้นทุนค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการในการเข้าร่วมงาน
  • เพิ่มโอกาสพบลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนรายใหม่
  • ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอสินค้าและบริการในเวทีระดับประเทศ
  • สนับสนุนการสร้างแบรนด์และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
  • กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมืองหลักและภูมิภาค

อุตสาหกรรม MICE มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจจำนวนมาก ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว ระบบขนส่ง ผู้ให้บริการจัดงาน ไปจนถึงธุรกิจสร้างสรรค์และผู้ผลิตสินค้าในชุมชน เมื่อมีการจัดงานเพิ่มขึ้น ผู้เข้าร่วมงานก็มีแนวโน้มใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยวมากขึ้น รายได้จึงไม่ได้หมุนเวียนอยู่เฉพาะในพื้นที่จัดงาน แต่สามารถกระจายไปยังธุรกิจเกี่ยวเนื่องในหลายจังหวัด

เป้าหมายดึงงานระดับนานาชาติเข้าไทย

รัฐบาลมองว่า MICE เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวจากการเน้นจำนวนนักเดินทาง ไปสู่การสร้างมูลค่าจากนักเดินทางคุณภาพ ผู้เข้าร่วมประชุมและงานแสดงสินค้ามักเดินทางเป็นกลุ่ม มีระยะเวลาพำนักที่ชัดเจน และมีโอกาสใช้จ่ายในหลายหมวดหมู่ จึงสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้มากกว่าการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลจากรายงาน Thailand MICE Economic and Social Impact 2025 ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ สสปน. ระบุว่า ในปี 2568 อุตสาหกรรม MICE สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยประมาณ 338,233 ล้านบาท และสร้างงานราว 304,932 ตำแหน่ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก ทั้งในด้านรายได้ การจ้างงาน และการกระจายโอกาสไปสู่ภาคธุรกิจที่หลากหลาย

กระทรวงการคลังคาดว่าจะมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้สิทธิจากมาตรการประมาณ 3,800 ราย และมีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานประมาณ 3,990 ล้านบาทต่อปี แม้ภาครัฐอาจสูญเสียรายได้จากภาษีราว 798 ล้านบาท แต่คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มรายได้และการจ้างงานในอุตสาหกรรม MICE และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

หากมาตรการเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย อุตสาหกรรม MICE อาจสร้างงานให้ประเทศไทยได้ประมาณ 350,672 ตำแหน่ง และมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้น 10–15% ต่อปี การเติบโตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทย และทำให้ประเทศมีความพร้อมมากขึ้นในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติ

สิ่งที่ผู้ประกอบการควรเตรียมก่อนใช้สิทธิ

ผู้ประกอบการที่วางแผนเข้าร่วมงานควรเริ่มจากการตรวจสอบว่างานดังกล่าวอยู่ในประเภทที่สามารถใช้สิทธิได้หรือไม่ จากนั้นควรเก็บเอกสารสำคัญให้ครบถ้วน เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาเช่าพื้นที่ หลักฐานการชำระเงิน และหนังสือรับรองจากผู้จัดงาน เอกสารเหล่านี้จะช่วยยืนยันค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงเมื่อมีการตรวจสอบภายหลัง

นอกจากนี้ ควรแยกบัญชีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมงานอย่างชัดเจน และสอบถามนักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีหากยังไม่แน่ใจในรายละเอียด การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้บริษัทใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ไม่พลาดกำหนดเวลา และประเมินความคุ้มค่าของการเข้าร่วมงานได้แม่นยำมากขึ้น

โดยสรุป ครม.อนุมัติหักภาษี 2 เท่าหนุน MICE เป็นมาตรการที่มุ่งใช้ภาษีเป็นแรงจูงใจให้เกิดการจัดงานและการลงทุนเพิ่มขึ้น ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ แต่ยังเชื่อมโยงรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ขนส่ง และธุรกิจบริการในพื้นที่ หากทุกฝ่ายเตรียมตัวและปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถูกต้อง มาตรการนี้ก็มีโอกาสกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ไทยก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้าน MICE ของภูมิภาคได้อย่างมั่นคง

ผู้ประกอบการที่สนใจควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนเข้าร่วมงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ เพราะโอกาสจากมาตรการภาษีจะคุ้มค่าที่สุดเมื่อใช้ควบคู่กับการสร้างตลาดและพัฒนาศักยภาพองค์กร

ที่มา – ครม.อนุมัติหักภาษี 2 เท่าหนุน MICE หวังดึงจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *