เลือกตั้งอิสราเอลสูสี ฝ่ายค้านเฉือนเนทันยาฮู
ผลการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลยังคงเต็มไปด้วยความสูสี หลังผลสำรวจเอ็กซิตโพลจากสื่อหลายแห่งชี้ว่า แนวร่วมฝ่ายค้านของพล.ท. กาดี ไอเซนคอต มีคะแนนนำแนวร่วมรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางสำนักประเมินว่าทั้งสองฝ่ายมีคะแนนใกล้เคียงกันมาก จนยังไม่มีฝ่ายใดสามารถประกาศชัยชนะได้อย่างชัดเจน
ประเด็นสำคัญของ เลือกตั้งอิสราเอลสูสี ฝ่ายค้านเฉือนเนทันยาฮู ไม่ได้อยู่เพียงว่าใครมีคะแนนนำ แต่ยังอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาลหลังประกาศผลอย่างเป็นทางการ เพราะรัฐสภาอิสราเอล หรือคเนสเซ็ท มีทั้งหมด 120 ที่นั่ง และพรรคหรือแนวร่วมใดจะจัดตั้งรัฐบาลได้ จำเป็นต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้อย่างน้อย 61 ที่นั่ง
เลือกตั้งอิสราเอลสูสี ฝ่ายค้านเฉือนเนทันยาฮู สะเทือนการเมือง
หากตัวเลขเอ็กซิตโพลเป็นไปตามคาด ผลครั้งนี้อาจถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของแนวร่วมเนทันยาฮู ซึ่งเคยมีเสียงสนับสนุน 68 ที่นั่งในรัฐสภาชุดก่อน อย่างไรก็ตาม การได้คะแนนนำไม่ได้หมายความว่าฝ่ายค้านจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที เนื่องจากโครงสร้างการเมืองของอิสราเอลมีพรรคการเมืองจำนวนมาก และแต่ละพรรคมีเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลแตกต่างกัน
ในทางกลับกัน หากไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมาก เนทันยาฮูอาจยังทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไปในช่วงที่ทุกฝ่ายเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม สถานการณ์ลักษณะนี้อาจทำให้การเมืองอิสราเอลเข้าสู่ช่วงต่อรองที่ยืดเยื้อ ทั้งยังเปิดโอกาสให้พรรคขนาดเล็กกลายเป็นผู้ชี้ขาดทิศทางรัฐบาลชุดใหม่
ตัวเลขผู้ใช้สิทธิสูง สะท้อนความสนใจของประชาชน
คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางของอิสราเอลรายงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ 77.7% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี และเพิ่มขึ้นประมาณ 7 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจต่ออนาคตของประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่อิสราเอลเผชิญความขัดแย้งด้านความมั่นคงและความเห็นต่างทางการเมืองอย่างรุนแรง
แม้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะออกมาใช้สิทธิในจำนวนมาก แต่ผลเอ็กซิตโพลจากทุกสำนักยังไม่พบว่าฝ่ายใดได้เสียงครบ 61 ที่นั่ง พรรคขวาจัดสายศาสนาของนายอิตามาร์ เบน กวีร์ และนายเบซาเลล สโมทริช คาดว่าจะได้รวมกันประมาณ 13 ที่นั่ง และอาจมีบทบาทต่อการต่อรองจัดตั้งรัฐบาล หากแนวร่วมเนทันยาฮูยังต้องการรักษาอำนาจทางการเมืองเอาไว้
พรรคอาหรับอาจเป็นตัวแปรสำคัญ
อีกกลุ่มที่น่าจับตาคือพรรคอาหรับซึ่งอยู่นอกสองขั้วการเมืองหลัก พรรคเหล่านี้อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล หากผลสุดท้ายออกมาใกล้เคียงกับเอ็กซิตโพล อย่างไรก็ตาม พล.ท. ไอเซนคอต ซึ่งมีอายุ 66 ปีและมีประสบการณ์ด้านความมั่นคงสูง เคยแสดงท่าทีไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคกลุ่มดังกล่าว ทำให้เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขายังคงมีอุปสรรค
จุดยืนของไอเซนคอตมีทั้งด้านที่ถูกมองว่าเป็นสายกลางในประเด็นภายในประเทศ และด้านความมั่นคงที่ยังมีความแข็งกร้าว เขาคัดค้านการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ในเวลานี้ และยืนยันว่ากลุ่มฮามาสต้องถูกทำลายหรือปลดอาวุธ นอกจากนี้ เขายังวิจารณ์การทำสงครามที่ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจำนวนมาก โดยมองว่าสงครามไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ เพราะกลุ่มฮามาสยังคงมีอำนาจควบคุมพื้นที่บางส่วน
- ฝ่ายค้านมีคะแนนนำเล็กน้อย: แต่ยังไม่มากพอที่จะรับประกันการจัดตั้งรัฐบาล
- ยังไม่มีฝ่ายใดได้ 61 ที่นั่ง: การเจรจาระหว่างพรรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
- ผู้ใช้สิทธิสูงเป็นประวัติการณ์: สะท้อนว่าประชาชนติดตามทิศทางประเทศอย่างใกล้ชิด
- พรรคขนาดเล็กอาจชี้ขาด: โดยเฉพาะพรรคอาหรับและพรรคขวาจัดสายศาสนา
ผลเลือกตั้งท่ามกลางสงครามและข้อวิจารณ์
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการลงคะแนนครั้งแรกนับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากสงครามกับกลุ่มฮามาสเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ความขัดแย้งได้ขยายวงไปยังฉนวนกาซา เลบานอน และอิหร่าน ทำให้ประเด็นความมั่นคงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการหาเสียง ขณะเดียวกัน ประชาชนจำนวนหนึ่งยังตั้งคำถามถึงการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงก่อนเกิดเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาส
ยาอีร์ ลาพิด ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่าผลการเลือกตั้งสะท้อนความพ่ายแพ้อย่างหนักของฝ่ายเนทันยาฮู ขณะที่พรรคอาหรับแสดงความหวังว่า การออกมาใช้สิทธิในระดับสูงของชาวปาเลสไตน์ที่ถือสัญชาติอิสราเอลจะช่วยสกัดไม่ให้แนวร่วมขวาจัดกลับมาครองอำนาจอีกครั้ง
สำหรับเนทันยาฮู วัย 77 ปี เขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเกือบ 19 ปีในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา และเคยผ่านวิกฤติการเมืองมาหลายครั้ง การหาเสียงครั้งนี้เน้นผลงานด้านความมั่นคง รวมถึงการสนับสนุนจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอิสราเอล ขณะเดียวกัน เขายังเผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องข้อกล่าวหาคอร์รัปชันและความล้มเหลวด้านข่าวกรองก่อนเหตุโจมตี โดยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภาพรวมของ เลือกตั้งอิสราเอลสูสี ฝ่ายค้านเฉือนเนทันยาฮู จึงยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายของการเปลี่ยนขั้วอำนาจ สิ่งที่ทั่วโลกต้องจับตาต่อจากนี้คือผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการ จำนวนที่นั่งของแต่ละพรรค และทิศทางการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากการต่อรองยืดเยื้อ อิสราเอลอาจต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงที่สถานการณ์ความมั่นคงยังเปราะบาง
ท้ายที่สุด ผลเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอิสราเอล ไม่ว่าฝ่ายค้านจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ คะแนนที่สูสีสะท้อนว่าประชาชนต้องการเห็นคำตอบที่ชัดเจนต่อทั้งปัญหาความมั่นคง เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนต่าง ๆ ผู้ติดตามข่าวควรรอผลทางการและการเจรจาของพรรคการเมืองอย่างรอบคอบก่อนสรุปว่าใครจะเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป
ที่มา – เอ็กซิตโพลชี้เลือกตั้งอิสราเอลสูสี ฝ่ายค้านเฉือนขั้วเนทันยาฮู
