เอไอจะทำให้ทุกคนรวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้น
แนวคิดว่า เอไอจะทำให้ทุกคนรวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้น กำลังได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังจากแลร์รี เอลลิสัน ผู้ร่วมก่อตั้งออราเคิล แสดงวิสัยทัศน์บนเวทีงานประชุม AI World โดยเขามองว่า ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติจะช่วยลดต้นทุนสินค้าและบริการได้อย่างมาก จนผู้คนมีโอกาสเข้าถึงสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
มุมมองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเอไอจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานครั้งใหญ่ งานบางประเภทอาจถูกระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยหรือทดแทน ขณะที่มนุษย์จะขยับไปทำหน้าที่ควบคุม วางแผน และกำกับดูแลระบบอัจฉริยะมากขึ้น
เอไอจะทำให้ทุกคนรวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร
เอลลิสันเชื่อว่าเอไอจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การก่อสร้าง การขนส่ง การแพทย์ ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า หากหุ่นยนต์สามารถทำงานที่มีต้นทุนแรงงานสูงได้อย่างต่อเนื่อง ต้นทุนรวมของสินค้าและบริการก็อาจลดลงตามไปด้วย ตัวอย่างที่เขายกขึ้นมาคือการสร้างบ้าน หากค่าแรงคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน การใช้หุ่นยนต์อาจช่วยลดราคาบ้านลงได้อย่างมาก
เมื่อสิ่งของจำเป็นมีราคาถูกลง ประชาชนก็อาจมีเงินเหลือสำหรับการดูแลสุขภาพ การศึกษา การพักผ่อน และการพัฒนาคุณภาพชีวิต นี่คือเหตุผลที่เขามองว่าเอไอไม่ได้มีบทบาทแค่เพิ่มความมั่งคั่ง แต่ยังอาจช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้นผ่านการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และเทคโนโลยีได้ทั่วถึงกว่าเดิม
เอไอจะทำให้ทุกคนรวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้นจริงหรือไม่
แม้ภาพอนาคตจะฟังดูน่าสนใจ แต่การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ สังคมจำเป็นต้องออกแบบกติกาใหม่เพื่อให้ผลประโยชน์จากเอไอกระจายไปถึงคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีหรือผู้ถือครองระบบอัตโนมัติเพียงไม่กี่ราย
เอลลิสันเสนอแนวคิดเรื่องมาตรฐานรายได้สูงถ้วนหน้า หรือ Universal High Income ซึ่งแตกต่างจากรายได้ขั้นพื้นฐานถ้วนหน้า หรือ UBI โดยแนวคิดแรกมุ่งให้ประชาชนมีรายได้ในระดับสูงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ส่วน UBI มักหมายถึงเงินช่วยเหลือที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน
แหล่งรายได้สำหรับระบบดังกล่าวอาจมาจากการปรับโครงสร้างภาษี เดิมรัฐบาลอาจพึ่งพาภาษีจากรายได้ของแรงงานมนุษย์ แต่เมื่อหุ่นยนต์และเอไอสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น รัฐก็อาจพิจารณาเก็บภาษีจากมูลค่าเพิ่มที่ระบบเหล่านี้สร้างขึ้น แล้วนำรายได้กลับมาพัฒนาสวัสดิการสาธารณะ
- ลดต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในภาคอุตสาหกรรม
- ช่วยให้บริการสุขภาพเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น
- สร้างโอกาสให้มนุษย์ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจ
- สนับสนุนระบบรายได้และสวัสดิการรูปแบบใหม่
อีกแนวคิดที่ถูกกล่าวถึงคือภาษีเงินได้ติดลบ ซึ่งเสนอโดยมิลตัน ฟรีดแมน หลักการคือผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับที่กำหนดจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐแทนการเสียภาษี วิธีนี้อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยกระจายความมั่งคั่งที่เกิดจากเอไอไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการปรับตัวของแรงงาน ข้อมูลการเลิกจ้างในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านกำลังเกิดขึ้นแล้ว พนักงานบางกลุ่มอาจต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ขณะที่บริษัทและรัฐบาลต้องร่วมกันสร้างระบบฝึกอบรมที่เข้าถึงได้จริง ไม่เช่นนั้นช่องว่างระหว่างคนที่ใช้เอไอเป็นกับคนที่ขาดโอกาสอาจขยายตัวมากขึ้น
เอลลิสันยกตัวอย่างระบบบินอัตโนมัติว่า แม้เทคโนโลยีจะมีมานานหลายทศวรรษ แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้นักบินมนุษย์หายไปทั้งหมด อาชีพจึงอาจไม่ได้สูญสิ้นทันที แต่อาจเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นผู้กำกับ ตรวจสอบ และรับผิดชอบการทำงานของระบบมากขึ้น แนวโน้มนี้อาจเกิดขึ้นกับอาชีพอื่นเช่นกัน
ในมุมของผู้บริโภค เอไออาจทำให้การแพทย์มีความแม่นยำขึ้น เช่น ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ คัดกรองความเสี่ยงของโรค และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล แต่การใช้งานต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวและการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงก็อาจสร้างความเสียหายได้หากใช้โดยขาดความรับผิดชอบ
ท้ายที่สุด แนวคิดที่ว่า เอไอจะทำให้ทุกคนรวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้น ยังเป็นวิสัยทัศน์ที่ต้องใช้เวลาและการออกแบบนโยบายอย่างรอบคอบ กว่าโลกจะเดินไปถึงจุดนั้นอาจต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายควรเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ทั้งการเรียนรู้ทักษะใหม่ การวางกติกาที่เป็นธรรม และการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับอนาคตของเทคโนโลยี หากจัดการได้ดี เอไออาจไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมากได้จริง
สำหรับผู้อ่าน การเริ่มต้นเรียนรู้การใช้เอไออย่างรับผิดชอบและติดตามความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานคือก้าวสำคัญ เพราะอนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สังคมจะเลือกแบ่งปันโอกาสและผลประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างไร
ที่มา – ผู้ก่อตั้ง “ออราเคิล” เชื่อ เอไอจะทำให้ทุกคน “รวยขึ้นและสุขภาพดีขึ้น”
