สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์
บุรีรัมย์เดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดครั้งสำคัญ โดยประกาศ สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์ เป็นแนวทางหลักในการผนึกกำลังทุกภาคส่วน นำร่องพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ ลำปลายมาศ หนองหงส์ คูเมือง บ้านใหม่ไชยพจน์ พุทไธสง และนาโพธิ์ เป้าหมายสำคัญคือทำให้ชุมชนมีความปลอดภัย และสร้างระบบป้องกันยาเสพติดที่ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ชมรมคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ 6 อำเภอ ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการรวมพลังรักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายชุมชนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นทั้งการเฝ้าระวัง การค้นหากลุ่มเสี่ยง การบำบัดรักษา และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปลอดภัย
สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์ เดินหน้าด้วยข้อมูล
นายโสภณระบุว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง 6 อำเภอได้ประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. รวมถึงผู้นำท้องถิ่น เพื่อเอ็กซเรย์และทบทวนข้อมูลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อย่างละเอียด ข้อมูลดังกล่าวถูกจัดหมวดหมู่ตามระดับความเสี่ยง ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง สีส้ม และสีแดง ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพรวมของปัญหา และสามารถวางแผนช่วยเหลือหรือเฝ้าระวังได้ตรงจุดมากขึ้น
การมีข้อมูลที่ชัดเจนถือเป็นหัวใจของการทำงาน เพราะการแก้ปัญหายาเสพติดไม่ควรพึ่งพาเพียงการกวาดล้างหรือการจับกุมเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจสภาพปัญหาของแต่ละชุมชนด้วย กลุ่มที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันย่อมต้องได้รับมาตรการที่เหมาะสม ตั้งแต่การป้องกัน การให้คำปรึกษา การส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด ไปจนถึงการติดตามดูแลหลังการบำบัด
ความร่วมมือคือพลังสำคัญของปฏิบัติการ
สำหรับ สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์ นายโสภณเน้นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน ทุกฝ่ายต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรอบคอบ ปฏิบัติงานภายใต้กฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
อีกแนวทางหนึ่งคือการแสวงหาเบาะแสจากผู้เข้ารับการบำบัด เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสแกนพื้นที่และวางแผนดำเนินงานให้แม่นยำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวควรดำเนินการด้วยความเข้าใจ เคารพสิทธิ และไม่ทำให้ผู้ที่กำลังเข้าสู่การบำบัดถูกตีตรา เพราะผู้ผ่านการบำบัดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูชุมชนได้ หากได้รับการดูแลและโอกาสที่เหมาะสม
- ภาครัฐ: ประสานงาน วางแผน และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย
- ภาคสาธารณสุข: คัดกรอง ให้คำปรึกษา และเชื่อมต่อผู้มีความเสี่ยงเข้าสู่การบำบัด
- ผู้นำชุมชนและ อสม.: เฝ้าระวัง สื่อสารข้อมูล และดูแลคนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
- ประชาชน: ร่วมแจ้งเบาะแสอย่างปลอดภัย และช่วยสร้างชุมชนที่ไม่สนับสนุนยาเสพติด
เป้าหมายหลังจบ 60 วัน
โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากมูลนิธิและภาคเอกชนที่ต้องการเห็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด โดยมีการจัดสรรเงินสนับสนุนในลักษณะคล้ายรางวัลนำจับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ การสนับสนุนควรเดินควบคู่กับมาตรฐานการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
เมื่อครบกำหนดปฏิบัติการ จะมีการสรุปผลการดำเนินงานและจัดประกวดผลงานระดับอำเภอในช่วงเทศกาลปีใหม่ แนวคิดนี้ช่วยกระตุ้นให้แต่ละพื้นที่แลกเปลี่ยนบทเรียนและพัฒนาวิธีทำงานที่เหมาะกับบริบทของตนเอง แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงไม่ควรวัดจากตัวเลขการจับกุมเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าสู่การบำบัด การกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน การลดเหตุรุนแรง และความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนร่วมด้วย
โดยสรุป สงคราม 60 วันก่อนปีใหม่ กวาดล้างยาเสพติดบุรีรัมย์ เป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่เน้นการทำงานแบบบูรณาการ การใช้ข้อมูล และการมีส่วนร่วมของชุมชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม และดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเข้าใจ ปฏิบัติการครั้งนี้ก็มีโอกาสต่อยอดไปสู่การสร้างชุมชนเข้มแข็งและปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สอดส่องความผิดปกติในชุมชน และแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางราชการอย่างปลอดภัย เพราะการป้องกันยาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของทุกคน
