เอ็นรีเก ริเกลเม โดนเรือใบขู่ฟ้องหลังดึงฮาลันด์ร่วมทัพ
เอ็นรีเก ริเกลเม โดนเรือใบขู่ฟ้องหลังดึงฮาลันด์ร่วมทัพ
กลายเป็นประเด็นเดือดในโลกฟุตบอลทันที เมื่อ เอ็นรีเก ริเกลเม โดนเรือใบขู่ฟ้องหลังดึงฮาลันด์ร่วมทัพ ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานสโมสร รีล มาดริด โดยนักธุรกิจชาวสเปนรายนี้พยายามใช้ชื่อของดาวยิงระดับโลกอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ มาเป็นตัวชูโรงเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากแฟนบอล หวังเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ฟลอเรนติโน เปเรซ
เบื้องลึกดราม่า เอ็นรีเก ริเกลเม โดนเรือใบขู่ฟ้องหลังดึงฮาลันด์ร่วมทัพ
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ริเกลเม ต้องการสร้างแรงสั่นสะเทือนในแคมเปญการเมืองของสโมสร จึงได้ออกมาประกาศนโยบายว่าจะดึงตัว เออร์ลิง ฮาลันด์ มาร่วมทีม ‘ราชันชุดขาว’ หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานคนใหม่ ซึ่งนโยบายนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ เปเรซ ที่กำลังเตรียมแผนเปิดตัว โชเซ มูรินโญ และ อิบราฮิมา โกนาเต อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ริเกลเม สื่อออกไปกลับกลายเป็นการละเมิดสิทธิ์จนเกิดเรื่องลุกลามใหญ่โต
ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่รอช้า รีบออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันทีว่าข่าวลือเรื่องการย้ายทีมของฮาลันด์นั้นไม่มีมูลความจริงแม้แต่น้อย โดยไม่ได้มีเงื่อนไขสัญญาใดๆ ที่จะอนุญาตให้เกิดการย้ายทีมในลักษณะนี้ได้ พร้อมทั้งระบุว่าสโมสรเตรียมดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด กรณีที่ เอ็นรีเก ริเกลเม โดนเรือใบขู่ฟ้องหลังดึงฮาลันด์ร่วมทัพ โดยการนำภาพลักษณ์นักเตะไปอ้างอิงอย่างไม่ถูกต้อง
ทางด้าน ราฟาเอลลา ปิเมนตา เอเยนต์ส่วนตัวของฮาลันด์ ก็ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าวอย่างชัดเจนว่าไม่มีอะไรที่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งผลกระทบที่ตามมานั้นไม่เพียงแค่ทำลายความน่าเชื่อถือของตัวผู้สมัครเอง แต่ยังสร้างความรำคาญใจให้กับต้นสังกัดปัจจุบันอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย
สำหรับบทสรุปของเรื่องนี้ยังมีสิ่งที่น่าติดตามต่อไป ดังนี้:
- การออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการจากฝั่งของ ริเกลเม
- มาตรการทางกฎหมายที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะดำเนินการในลำดับถัดไป
- ผลกระทบต่อคะแนนเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งประธานสโมสร รีล มาดริด
ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนมองว่า การหาเสียงโดยการหยิบยกชื่อนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มาเกี่ยวข้องโดยไม่มีความเห็นชอบจากต้นสังกัด เป็นกลยุทธ์ที่ค่อนข้างเสี่ยงและอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี แม้จะหวังผลในระยะสั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วความจริงใจและความเป็นมืออาชีพต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินใจเลือกของผู้มีสิทธิโหวตอย่างแท้จริง

