โครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อคนไทย ไม่เอื้อทุนใหญ่
ประเด็น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง หลังมีการตั้งคำถามว่าโครงการดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทขนาดใหญ่หรือไม่ ล่าสุด นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม ออกมาชี้แจงว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์จากพลังงานสะอาด ลดภาระค่าไฟ และมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายไฟคืนให้ภาครัฐ
นายคงกฤชระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาอาจมีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยเฉพาะประเด็นการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทผู้ติดตั้ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้จำกัดโอกาสไว้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ เพราะรายชื่อผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ Vendor List มีมากกว่า 1,000 ราย ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
โครงการโซลาร์ภาคประชาชนมุ่งให้คนไทยได้ประโยชน์
หัวใจของ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน คือการสนับสนุนให้ครัวเรือนสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น โดยรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนวงเงิน 50,000 บาท และเปิดช่องให้ประชาชนขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้รัฐบาลได้ แนวทางนี้จึงไม่ได้มองเฉพาะเรื่องการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการลดค่าครองชีพและการเพิ่มทางเลือกด้านรายได้ให้กับครัวเรือนในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สนใจ อาจมองว่าแผงโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ แต่หากระบบมีคุณภาพและได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้อง ก็มีโอกาสช่วยลดค่าไฟได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินว่าประชาชนอาจคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 6-7 ปี ทั้งนี้ ผลลัพธ์จริงจะขึ้นอยู่กับขนาดระบบ ปริมาณการใช้ไฟ สภาพพื้นที่ และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่เลือกใช้
เหตุผลที่ต้องกำหนดคุณสมบัติผู้ติดตั้งในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือการให้บริษัทผู้ติดตั้งวางหลักประกัน หรือ BG จำนวน 50,000 บาท รวมถึงหลักประกันเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมประชาชนจึงต้องมีเงื่อนไขดังกล่าว แต่ฝ่ายผู้ชี้แจงให้เหตุผลว่า มาตรการนี้มีไว้เพื่อคุ้มครองประชาชนจากความเสี่ยงที่บริษัทจะรับงานจำนวนมากเกินกำลังแล้วไม่สามารถติดตั้งให้เสร็จตามสัญญา
ตัวอย่างเช่น หากบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนรับงานติดตั้งหลายร้อยหรือหลายพันหลังคาเรือน แต่ไม่มีบุคลากรและทรัพยากรเพียงพอ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะตกอยู่กับเจ้าของบ้านโดยตรง การวางหลักประกันจึงเป็นหนึ่งในวิธีตรวจสอบความพร้อมของบริษัท โดยหลักประกันดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นเงินสดเสมอไป แต่อาจใช้ทรัพย์สินของบริษัทค้ำประกันผ่านธนาคารได้ และจะได้รับคืนเมื่อดำเนินการติดตั้งเสร็จตามเงื่อนไข
ส่วนหลักประกันเพิ่มเติม 10,000 บาท มีความเกี่ยวข้องกับการรับประกันการดูแลระบบในช่วงระยะเวลา 7 ปี เนื่องจากประชาชนมีภาระตามสัญญาสินเชื่อประมาณ 90,000 บาท หากแผงโซลาร์เซลล์หรืออุปกรณ์เกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ฟ้าผ่า ไฟไหม้ หรือระบบขัดข้อง การมีบริษัทที่รับผิดชอบดูแลจึงช่วยให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเพียงฝ่ายเดียว
- ประชาชนมีโอกาสลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน
- ครัวเรือนสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้เอง
- มีช่องทางขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้ภาครัฐ
- หลักเกณฑ์ผู้ติดตั้งช่วยคัดกรองบริษัทที่มีความพร้อม
- ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางยังมีโอกาสเข้าร่วมตามศักยภาพ
นายฤทธิรงค์ยืนยันว่า การมี Vendor List ไม่ได้หมายความว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับทุนใหญ่ เพราะบริษัทแต่ละแห่งสามารถรับงานได้ตามกำลังและความพร้อมของตนเอง บริษัทขนาดเล็กอาจเริ่มจากการติดตั้งประมาณ 10 หลังคาเรือน ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่สามารถรับงานได้มากกว่า การกำหนดขอบเขตเช่นนี้ช่วยให้บริษัทไม่รับงานเกินความสามารถ และช่วยลดโอกาสที่ประชาชนจะถูกทอดทิ้งระหว่างดำเนินโครงการ
สำหรับเป้าหมายการติดตั้งให้ได้ถึง 1 ล้านหลังคาเรือน มีการประเมินว่ายังมีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลดค่าไฟและการมีพลังงานทางเลือก โดยตั้งเป้าดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2570 อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของรายละเอียด การประชาสัมพันธ์ และการกำกับดูแลผู้ติดตั้งอย่างใกล้ชิด
มุมมองที่น่าสนใจคือ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน จะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง สามารถเปรียบเทียบผู้ติดตั้งได้ และได้รับการคุ้มครองตลอดอายุสัญญา ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบรายชื่อบริษัท เงื่อนไขสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การรับประกันอุปกรณ์ และบริการหลังการขายให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ หากทุกฝ่ายทำงานอย่างโปร่งใส โครงการนี้ก็มีโอกาสเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมพลังงานสะอาดให้กับคนไทยได้จริง
ที่มา – ‘ภูมิใจไทย’ ยัน’โครงการโซลาร์ภาคประชาชน’ เพื่อคนไทย ไม่ใช่เอื้อ ‘ทุนใหญ่’