โรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน ดินทรุดสไลด์
สถานการณ์ที่ โรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน ดินทรุดสไลด์ กำลังสร้างความกังวลให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก หลังพบการทรุดตัวและรอยแยกบริเวณโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมอาคารโรงอาหาร สหกรณ์ร้านค้า สระว่ายน้ำ และอาคารเรียนอนุบาล ขณะที่มวลดินยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าจะเคลื่อนตัวเพิ่มอีกหรือไม่
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากบริเวณโรงเรียนยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตก ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้ดินเคลื่อนตัวและเกิดความเสียหายมากขึ้น
โรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน ดินทรุดสไลด์ กระทบการเรียน
โรงเรียนบ้านดอยติ้วมีนักเรียนทั้งหมด 290 คน และมีครูรวมถึงบุคลากรทางการศึกษา 20 คน ภารกิจสำคัญของจังหวัดและโรงเรียนในเวลานี้คือการดูแลให้ทุกคนปลอดภัย จึงมีคำสั่งห้ามนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนเข้าออกพื้นที่เสี่ยงจนกว่าจะมีผลการตรวจสอบที่ชัดเจน
สำหรับการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนได้ปรับใช้รูปแบบออนแฮนด์ หรือการเรียนผ่านใบงานที่ครูจัดทำและส่งให้นักเรียนทำที่บ้าน วิธีนี้ช่วยให้นักเรียนยังสามารถเรียนต่อได้ แม้ต้องหยุดเข้าเรียนในอาคารตามปกติ อย่างไรก็ตาม ครูและผู้ปกครองยังต้องร่วมกันติดตามความก้าวหน้าของเด็ก รวมถึงดูแลด้านจิตใจในช่วงที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเรียนกะทันหัน
โรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน ดินทรุดสไลด์ ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
ครูที่พักอยู่ในบ้านพักภายในโรงเรียนเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดินสไลด์เกิดขึ้นแทบทุกวัน และในช่วงเช้ามืดก็ยังพบการสไลด์อีกครั้ง ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีฝนตก ทำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งรอยร้าว เสียงผิดปกติ การทรุดตัวของพื้นดิน และการเคลื่อนที่ของดินบริเวณลาดเขา
ครูประจำชั้น ป.6 ยังแสดงความเป็นห่วงนักเรียน เพราะไม่มีใครสามารถระบุได้แน่ชัดว่าการสไลด์ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด ผู้ปกครองจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาสถานที่เรียนชั่วคราวที่ปลอดภัย เพื่อให้นักเรียนทั้ง 290 คนกลับมาเรียนได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่อันตราย
แนวทางช่วยเหลือนักเรียนและโรงเรียน
จังหวัดน่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงเรียน อยู่ระหว่างร่วมกันจัดหาสถานที่สำหรับใช้เป็นอาคารเรียนชั่วคราวเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน นอกจากนี้ ยังประสานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. เพื่อพิจารณาจัดสร้างอาคารเรียนชั่วคราวและอาคารน็อคดาวน์ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เรียน
- เร่งตรวจสอบสภาพดินและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- จำกัดการเข้าออกพื้นที่ที่มีรอยแยกหรือมีโอกาสทรุดตัว
- จัดหาสถานที่เรียนชั่วคราวที่ปลอดภัยและเดินทางสะดวก
- ประสานผู้ปกครองให้รับทราบข้อมูลและแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
- วางแผนงบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ในระยะยาว
การรื้อถอนอาคารที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงจะดำเนินการตามผลการตรวจสอบของหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน การสื่อสารกับผู้ปกครองถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาจะช่วยให้ครอบครัววางแผนดูแลบุตรหลานได้เหมาะสม
เหตุการณ์ โรงเรียนบ้านดอยติ้ว จ.น่าน ดินทรุดสไลด์ สะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนการเรียนในอาคาร แม้การเรียนที่บ้านหรือการใช้สถานที่ชั่วคราวอาจไม่สะดวกเท่าระบบปกติ แต่เป็นทางเลือกที่จำเป็นในช่วงเฝ้าระวัง ขอให้ผู้ปกครองติดตามประกาศจากโรงเรียนและจังหวัดอย่างใกล้ชิด ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งจัดพื้นที่เรียนที่มั่นคง เพื่อให้นักเรียนได้เรียนต่ออย่างปลอดภัยและลดผลกระทบต่ออนาคตการศึกษาให้มากที่สุด
ที่มา – ‘รร.บ้านดอยติ้ว’ จ.น่าน น่าห่วง! ดินทรุดสไลด์กว้างกว่า 100 เมตร สั่งห้ามเข้าออก-เด็กเรียนที่บ้าน



