กมธ.กฎหมายฯเดือด สส.ภูมิใจไทยซัดรังสิมันต์
กมธ.กฎหมายฯเดือด สส.ภูมิใจไทยซัดรังสิมันต์ หลังเกิดการโต้เถียงกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีประเด็นเกี่ยวกับเอกสารแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งถูกนำเข้ามาในห้องประชุม ทั้งที่สมาชิกบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีมติอนุญาตให้นำเอกสารดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการประชุมที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยวาระสำคัญเกี่ยวข้องกับการศึกษานโยบายทางกฎหมายเชิงรุก การติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์
กมธ.กฎหมายฯเดือด สส.ภูมิใจไทยซัดรังสิมันต์
สำหรับวาระการประชุมครั้งนี้ มีการเตรียมพิจารณาหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งกรณีการเสนอสินบนที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ มาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตลอดจนการติดตามการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีเรื่องความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทุนสีเทาข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการบังคับใช้กฎหมาย
หน่วยงานที่ได้รับเชิญให้เข้าชี้แจงประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงหน่วยงานด้านตลาดทุน ภาษี และธนาคารแห่งประเทศไทย
กมธ.กฎหมายฯเดือด จากข้อสงสัยเรื่องเอกสาร
ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด เมื่อนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย ตั้งคำถามถึงเอกสารแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร โดยเอกสารดังกล่าวเพิ่งลงนามเห็นชอบโดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายณัฐวุฒิแสดงความเห็นว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการยังไม่ได้มีมติให้นำเอกสารเข้ามาพิจารณา จึงต้องการให้ประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเอกสารเข้ามาอยู่ในห้องประชุมได้อย่างไร ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะคารม
นายรังสิมันต์ชี้แจงว่าไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเอกสารเข้ามาในห้องประชุม แต่มีแผนจะหารือเรื่องนี้ในช่วงวาระที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิยังคงทักท้วงและตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานของประธาน
ข้อกล่าวหาเรื่องอำนาจและการทำผิดข้อบังคับ
ระหว่างการโต้เถียง นายณัฐวุฒิกล่าวหานายรังสิมันต์ว่าดำเนินการในลักษณะเผด็จการและรวบอำนาจไว้ที่คนเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่กล่าวหาผู้อื่นเรื่องเผด็จการอาจกำลังแสดงพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน การพูดคุยดังกล่าวทำให้บรรยากาศในห้องประชุมร้อนแรงขึ้น แม้จะยังเป็นการโต้แย้งกันในประเด็นการควบคุมการประชุม
ด้านนายรังสิมันต์ตอบโต้ว่า ประเด็นดังกล่าวยังมีรายละเอียดที่ต้องหารือกันอีกมาก และไม่ควรมีฝ่ายใดดำเนินการตามความต้องการของตนเองเพียงฝ่ายเดียว นายณัฐวุฒิจึงชี้แจงกลับว่า ไม่ได้เป็นการเอาแต่ใจ แต่ต้องการตรวจสอบว่าการดำเนินการที่เกิดขึ้นกำลังเข้าข่ายทำผิดข้อบังคับการประชุมหรือไม่
จากนั้นนายรังสิมันต์ได้ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมต่อ และขอให้กรรมาธิการเดินหน้าพิจารณาวาระตามกำหนด เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการจำเป็นต้องอาศัยทั้งความชัดเจนด้านขั้นตอนและการรับฟังความเห็นของสมาชิกทุกฝ่าย
ประเด็นที่สังคมควรติดตาม
- ความชัดเจนของเอกสาร: ควรตรวจสอบว่าเอกสารถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมตามขั้นตอนและได้รับอนุญาตจากที่ประชุมหรือไม่
- การปฏิบัติตามข้อบังคับ: ทุกฝ่ายควรยึดข้อบังคับการประชุม เพื่อป้องกันข้อครหาว่ามีการใช้อำนาจเกินขอบเขต
- การตรวจสอบหน่วยงานรัฐ: ประเด็นการพนันออนไลน์ ทุนสีเทา และการฟอกเงิน จำเป็นต้องได้รับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
- การทำงานร่วมกันของกรรมาธิการ: แม้สมาชิกจะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ควรใช้เวทีประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไข
ในมุมของประชาชน เหตุการณ์ กมธ.กฎหมายฯเดือด สส.ภูมิใจไทยซัดรังสิมันต์ ไม่ได้สะท้อนเพียงความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกติกาภายในรัฐสภา เพราะคณะกรรมาธิการมีหน้าที่ตรวจสอบและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อประเทศ การทำงานจึงควรโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือการชี้แจงเกี่ยวกับที่มาของเอกสาร รวมถึงแนวทางที่ประธานและสมาชิกคณะกรรมาธิการจะใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำ การถกเถียงถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในสภา แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เหตุผล และการเคารพกติกา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการตรวจสอบอย่างแท้จริง
ท้ายที่สุด กมธ.กฎหมายฯเดือด สส.ภูมิใจไทยซัดรังสิมันต์ เป็นกรณีที่สะท้อนความจำเป็นของการสื่อสารที่ชัดเจนในทุกขั้นตอน หากทุกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลและยึดข้อบังคับร่วมกัน ความขัดแย้งก็จะกลายเป็นโอกาสในการพัฒนาการทำงานของรัฐสภาให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น
ที่มา – กมธ.กฎหมายฯเดือด!’สส.ภูมิใจไทย’ซัด ‘รังสิมันต์’เผด็จการ – รวบอำนาจ – ส่อผิดข้อบังคับ