กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชนชมชุมชนอุดรธานี
จังหวัดอุดรธานีคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชน ลงพื้นที่สัมผัสวิถีชุมชนและติดตามการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 2-3 พฤศจิกายน กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นศักยภาพของชุมชนไทยที่สามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าและแหล่งเรียนรู้ที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ดังกล่าวเกิดขึ้นตามนโยบายที่ต้องการสื่อสารเรื่องราวดี ๆ จากชุมชนให้สังคมได้รับรู้ โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ประสานงานและนำคณะสื่อมวลชนส่วนกลางไปเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญในจังหวัดอุดรธานี นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า OTOP แล้ว ยังช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจฐานรากเข้าด้วยกัน
กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชน สัมผัสภูมิปัญญาอุดรธานี
จุดหมายแรกคือศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญากลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี ที่นี่เป็นพื้นที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการทอผ้าและการย้อมสีจากธรรมชาติ ชาวบ้านได้นำดอกบัวแดง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีความผูกพันกับจังหวัดอุดรธานี มาประยุกต์ใช้ในการย้อมผ้า ทำให้เกิดสีสันที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น
คณะสื่อมวลชนได้รับการต้อนรับจากหน่วยงานด้านการพัฒนาชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และสมาชิกกลุ่มทอผ้าอย่างอบอุ่น พร้อมชมการฟ้อนรำบายศรีสู่ขวัญ ศิลปวัฒนธรรมที่แสดงถึงการต้อนรับ ความเคารพ และความผูกพันของคนอีสาน จากนั้นได้เรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์ ผ้าหมี่บิด ซึ่งใช้ครามธรรมชาติและดอกบัวแดงเป็นส่วนสำคัญในการย้อมสี ก่อนประดับด้วยลายขิดอันเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี
กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชน ชูผ้าหมี่บิดสู่เวที ครม.สัญจร
ผ้าหมี่บิดจากบ้านโนนกอกมีลวดลายที่น่าสนใจหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ “ลายไหบ้านเชียง” และ “ลายดอกบัว” ซึ่งสื่อถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของจังหวัดอุดรธานี ลายไหบ้านเชียงเชื่อมโยงกับแหล่งโบราณคดีสำคัญ ส่วนลายดอกบัวสะท้อนความงดงามของทะเลบัวแดงและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ความโดดเด่นของผ้าผืนนี้ทำให้ได้รับการนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อสำหรับคณะรัฐมนตรีสวมใส่ในการประชุม ครม.สัญจร ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำสินค้าชุมชนไปใช้ในโอกาสสำคัญระดับประเทศ
การพัฒนาผ้าทอไม่ได้หยุดอยู่เพียงการอนุรักษ์รูปแบบดั้งเดิม แต่ยังมีการออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพิ่มความร่วมสมัย และสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น แนวทางนี้ช่วยให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่น และมีแรงจูงใจเข้ามาสืบทอดงานหัตถกรรมของชุมชนต่อไป
จากสวนตาลคู่สู่เกษตรท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูป
จากนั้นคณะได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตรกรรมเชิงท่องเที่ยว “สวนตาลคู่” ตำบลหนองนาคำ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นการทำเกษตรอย่างมีแบบแผน นายอำนาจ ผการัตน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ริเริ่มปลูกอินทผลัมบนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและแนวคิดการบริหารจัดการฟาร์มให้แก่ผู้สนใจ
สวนตาลคู่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจำหน่ายผลสด แต่ยังให้ความสำคัญกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีพัฒนาไวน์อินทผลัม ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร ความร่วมมือระหว่างชุมชนและสถาบันการศึกษาช่วยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ผลผลิตทางการเกษตร
- สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นพื้นที่เรียนรู้
- ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แนวคิด “ฟาร์มสุข” ของสวนตาลคู่จึงเป็นมากกว่าการทำเกษตร แต่เป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เชื่อมโยงผู้ผลิต นักท่องเที่ยว นักวิชาการ และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เกษตรกรสามารถมีรายได้หลายทาง ขณะที่ผู้มาเยือนก็ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเข้าใจคุณค่าของการผลิตอาหารจากท้องถิ่น
ไข่ผำอุดรธานี อาหารอนาคตโปรตีนสูงจากชุมชน
จุดหมายสุดท้ายคือศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง “ไร่นำโชค” หรือวิสาหกิจชุมชนไข่ผำนำโชคอุดรธานี สถานที่แห่งนี้นำเสนอการเพาะเลี้ยง “ไข่ผำ” หรือ Wolffia พืชน้ำขนาดจิ๋วที่ได้รับความสนใจในระดับโลก เนื่องจากมีโปรตีนจากธรรมชาติและสามารถนำไปพัฒนาเป็นอาหารทางเลือกได้หลากหลาย
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้ความสำคัญกับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP เพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต นอกจากนี้ยังต่อยอดไข่ผำสดเป็น “ไข่ผำอบแห้ง” ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในพื้นที่อื่นเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น
ไข่ผำอบแห้งถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับกระแส Future Food หรืออาหารอนาคต ซึ่งผู้บริโภคกำลังมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพาะเลี้ยงพืชน้ำชนิดนี้ยังใช้พื้นที่ไม่มาก จึงมีศักยภาพในการเป็นอาชีพเสริมและช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ครัวเรือน
ภาพรวมการลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าอุดรธานีมีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม เกษตรกรรม และนวัตกรรมชุมชน ตั้งแต่ผ้าทอย้อมสีดอกบัวแดง อินทผลัมแปรรูป ไปจนถึงไข่ผำอาหารโปรตีนสูง ทุกผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากทรัพยากรใกล้ตัวและความตั้งใจของคนในพื้นที่ ก่อนพัฒนาอย่างเป็นระบบจนสามารถก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชน ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมประชาสัมพันธ์ แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้สังคมได้เห็นพลังของชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด หากหน่วยงาน ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้บริโภคร่วมกันสนับสนุนสินค้าและแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง อุดรธานีก็มีโอกาสเติบโตเป็นต้นแบบเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้ในอนาคต
เรื่องราวจากอุดรธานีสะท้อนว่า การอุดหนุนสินค้า OTOP และการเดินทางท่องเที่ยวชุมชนไม่ใช่เพียงการซื้อของหรือพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมรักษาภูมิปัญญา สร้างรายได้ และส่งต่อโอกาสให้คนท้องถิ่น ดังนั้น หากมีโอกาส อย่าลืมเปิดใจสัมผัสเสน่ห์ชุมชนไทยและเลือกสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตโดยตรง
ที่มา – กระทรวงมหาดไทย PR นำทีมสื่อมวลชน สัมผัสวิถีชุมชน OTOP อุดรธานีรับ ครม.สัญจร

