ก.พ. แจงยุบอัตราบรรณารักษ์ ไม่ได้ยุบงานห้องสมุด
ประเด็น ก.พ. แจงยุบอัตราบรรณารักษ์ ไม่ได้ยุบงานห้องสมุด กำลังได้รับความสนใจจากทั้งบุคลากรในแวดวงการศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ตลอดจนประชาชนที่ใช้บริการห้องสมุด โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ได้หารือร่วมกับสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการบริหารกำลังคนสายงานบรรณารักษ์ให้ชัดเจนมากขึ้น
สาระสำคัญคือ การทยอยยุบอัตราข้าราชการในสายงานบรรณารักษ์บางส่วน ไม่ได้หมายความว่าภาครัฐจะยกเลิกห้องสมุด หรือมองว่าวิชาชีพบรรณารักษ์ไม่มีความสำคัญ ตรงกันข้าม แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับระบบบริหารกำลังคนภาครัฐให้สอดคล้องกับลักษณะงานและการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ฐานข้อมูลออนไลน์ และปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในการจัดการข้อมูลและองค์ความรู้
ก.พ. แจงยุบอัตราบรรณารักษ์ ไม่ได้ยุบงานห้องสมุด
ก.พ. อธิบายว่า งานห้องสมุดจัดอยู่ในกลุ่มภารกิจสนับสนุนของหน่วยงานราชการหลายแห่ง ดังนั้น การบริหารอัตรากำลังจึงอาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับภารกิจหลักของแต่ละหน่วยงาน การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งให้ส่วนราชการสามารถใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคงรักษาการให้บริการด้านการอ่าน การเรียนรู้ และการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนเอาไว้
กล่าวง่าย ๆ คือ รัฐไม่ได้ยุบงานห้องสมุด แต่กำลังพิจารณาว่าควรจัดสรรบุคลากรในรูปแบบใดจึงจะตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่มากที่สุด ห้องสมุดในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดชั้นหนังสือหรือให้บริการยืมคืนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลฐานข้อมูลดิจิทัล การจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การส่งเสริมทักษะการรู้สารสนเทศ และการช่วยประชาชนคัดกรองข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาลบนโลกออนไลน์
ก.พ. แจงยุบอัตราบรรณารักษ์ ไม่ได้ยุบงานห้องสมุด และยังเปิดทางอาชีพ
สำหรับผู้ที่เรียนจบด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ ยังมีโอกาสทำงานในภาครัฐต่อไป โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีงานห้องสมุด การบริหารองค์ความรู้ หรือการจัดการสารสนเทศเป็นภารกิจหลัก ตำแหน่งข้าราชการในหน่วยงานที่มีความจำเป็นยังคงมีอยู่ ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐอาจเลือกใช้รูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย เช่น พนักงานราชการ ลูกจ้างตามภารกิจ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือการจ้างบริการจากภายนอก เพื่อให้เหมาะกับงบประมาณและลักษณะงาน
แนวทางนี้ทำให้บทบาทของบรรณารักษ์อาจเปลี่ยนจากผู้ดูแลทรัพยากรสารสนเทศแบบเดิมไปสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความรู้มากขึ้น ทักษะที่มีความสำคัญจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดหมวดหมู่หนังสือ แต่รวมถึงการใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล การดูแลคลังดิจิทัล การออกแบบบริการสำหรับผู้ใช้ และการประยุกต์ใช้ AI อย่างเหมาะสม
ผู้สำเร็จการศึกษาควรเตรียมตัวด้วยการพัฒนาทักษะเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถทำงานได้หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการขององค์กรในอนาคต ทักษะสำคัญที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่
- ทักษะดิจิทัล: เรียนรู้การใช้ระบบฐานข้อมูล แพลตฟอร์มจัดเก็บเอกสาร และเครื่องมือค้นคืนสารสนเทศ
- ทักษะการจัดการข้อมูล: สามารถตรวจสอบ วิเคราะห์ และจัดระบบข้อมูลให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่าย
- ทักษะด้าน AI: เข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และจริยธรรมในการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้กับงานสารสนเทศ
- ทักษะการสื่อสาร: ถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างเป็นมิตรและเข้าใจง่าย
- ทักษะการออกแบบบริการ: พัฒนากิจกรรมและบริการห้องสมุดให้ตอบโจทย์เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป
ในมุมของผู้ใช้บริการ ห้องสมุดยังคงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้าข้อมูลเพื่อการศึกษา การอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน การใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต หรือการเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ ห้องสมุดที่ปรับตัวได้ดีจะสามารถเชื่อมโยงทรัพยากรทั้งแบบสิ่งพิมพ์และดิจิทัลเข้าด้วยกัน ทำให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ได้สะดวกกว่าเดิม
การปรับโครงสร้างอัตรากำลังจึงควรดำเนินไปพร้อมกับการรับฟังความคิดเห็นจากบรรณารักษ์ ผู้บริหารห้องสมุด สถาบันการศึกษา และผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม สิ่งสำคัญคือการสื่อสารให้ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงมีเป้าหมายเพื่อพัฒนางาน ไม่ใช่ลดทอนคุณค่าของบุคลากรหรือปิดกั้นโอกาสของคนรุ่นใหม่ หากหน่วยงานมีแผนพัฒนาทักษะและเส้นทางความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปฏิบัติงานได้มากขึ้น
โดยสรุป ก.พ. แจงยุบอัตราบรรณารักษ์ ไม่ได้ยุบงานห้องสมุด แต่เป็นการปรับรูปแบบการใช้กำลังคนให้เหมาะสมกับภารกิจและยุคดิจิทัล วิชาชีพบรรณารักษ์ยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลความรู้และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่มีคุณภาพ ความท้าทายต่อจากนี้คือการยกระดับทักษะและสร้างบริการรูปแบบใหม่ให้ห้องสมุดยังคงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าในสังคม
มุมมองที่น่าสนใจคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้วิชาชีพบรรณารักษ์แสดงศักยภาพได้กว้างกว่าเดิม ผู้ที่ปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยี และเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ จะสามารถมีบทบาทสำคัญในงานข้อมูล งานความรู้ และการพัฒนาบริการสาธารณะได้อย่างมั่นคง
ที่มา – ก.พ. แจงทยอยยุบอัตรา ‘บรรณารักษ์’ ไม่ใช่ยุบงานห้องสมุด-ด้อยค่าวิชาชีพ