ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย สกัดเครือข่ายฟอกเงิน
คดี ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน หลังเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดจำนวนมากซึ่งถูกซุกซ่อนในกล่องกระดาษและเตรียมส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ด่านศุลกากรแม่สายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนนำไปสู่การสืบสวนขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
การแถลงความคืบหน้าครั้งนี้มีหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมหลายฝ่าย ทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ สตม. กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกระทรวงยุติธรรม ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เกี่ยวข้อง และทรัพย์สินที่อาจได้มาจากการกระทำผิด
ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย เชื่อมโยงเงินหมุนเวียนหลายพันล้าน
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่าเงินสดที่ตรวจยึดได้มีความเชื่อมโยงกับบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายไซ” สัญชาติเมียนมา โดยมีข้อมูลเกี่ยวข้องกับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายสแกมเมอร์ และขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมเพิ่มเติมและพบเงินหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฉ้อโกงประมาณ 2,500 ล้านบาท ขณะที่บัญชีนอมินีซึ่งเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบเงินที่หมุนเวียนผ่านบัญชีของบุคคลดังกล่าวโดยตรงมากกว่า 200 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการยึดเงินสดที่แม่สายอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนาดใหญ่ การตรวจสอบจึงต้องดำเนินการต่อทั้งในด้านบัญชีธนาคาร เส้นทางการโอนเงิน บุคคลที่รับเปิดบัญชี และทรัพย์สินที่อาจถูกนำไปซุกซ่อนหรือเปลี่ยนรูปแบบ
ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย เดินหน้าตรวจสอบบัญชีนอมินี
บัญชีนอมินีเป็นเครื่องมือที่ขบวนการผิดกฎหมายมักนำมาใช้เพื่อปกปิดตัวตนของผู้สั่งการ โดยอาจอาศัยบุคคลอื่นเปิดบัญชี รับโอนเงิน หรือทำธุรกรรมแทน การตรวจสอบบัญชีในลักษณะนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้โอน ผู้รับ และกลุ่มผู้ควบคุมเงิน แม้บุคคลเหล่านั้นจะพยายามแยกบัญชีหรือแบ่งเงินออกเป็นหลายเส้นทางก็ตาม
เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะนำทรัพย์สินที่ตรวจพบเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และพิจารณาเฉลี่ยคืนให้แก่ประชาชนผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการฉ้อโกง แนวทางดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนที่ช่วยเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมส่งสัญญาณว่าทรัพย์สินจากอาชญากรรมจะถูกติดตามและไม่ปล่อยให้ถูกนำไปใช้ต่อได้ง่าย
ตรวจเข้มการสวมสิทธิ์เปิดบัญชีและขนเงินข้ามแดน
อีกประเด็นที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญคือการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการปลอมแปลงบัตรประชาชน และการสวมสิทธิ์บัตรของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เพื่อนำไปใช้เปิดบัญชีหรือทำธุรกรรมทางการเงิน กลุ่มทุนสีเทา เว็บพนันออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์อาจใช้วิธีดังกล่าวเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวผู้ควบคุมเงินได้ยากขึ้น
การป้องกันปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน รวมถึงความร่วมมือจากธนาคาร ผู้ให้บริการทางการเงิน และประชาชน ผู้ที่ถูกขอให้เปิดบัญชีหรือให้ยืมบัญชีควรระมัดระวังอย่างมาก เพราะการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีอาจทำให้เจ้าของบัญชีต้องรับผิดทางกฎหมาย หากบัญชีดังกล่าวถูกใช้รับโอนเงินจากการหลอกลวง ฟอกเงิน หรือค้ายาเสพติด
สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบข้อความหรือสายโทรศัพท์ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและขอให้โอนเงิน ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลก่อนทุกครั้ง ไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่าน รหัสยืนยัน หรือข้อมูลส่วนตัวผ่านช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงควรเก็บหลักฐานการสนทนาและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อสงสัยว่ากำลังถูกหลอก
คดี ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย จึงไม่ได้เป็นเพียงการยึดเงินสดครั้งหนึ่ง แต่ยังสะท้อนความพยายามของภาครัฐในการตัดวงจรเงินที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ ยาเสพติด และอาชญากรรมข้ามชาติ การติดตามเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่องจะช่วยขยายผลไปถึงผู้สั่งการและผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังได้มากขึ้น
ในมุมของประชาชน การป้องกันตนเองเริ่มได้จากการไม่ให้ผู้อื่นยืมบัญชี ไม่รับจ้างโอนเงิน และตรวจสอบทุกธุรกรรมอย่างละเอียด หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ประเทศไทยก็จะลดโอกาสถูกใช้เป็นฐานหรือทางผ่านของเครือข่ายผิดกฎหมายได้ในระยะยาว
ที่มา – ขยายผลยึด 23 ล้านแม่สาย! สตม.-DSI ทลายเครือข่ายฟอกเงินสแกมเมอร์–ยานรก หมุนเวียน 3.5 พันล้าน
