ศุภชัยเรียกร้องเปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ

ประเด็น เปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ กลับมาได้รับความสนใจในสังคม หลังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลการรับเงินสนับสนุน การใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรภาครัฐ องค์กรด้านสุขภาพ องค์กรเยาวชน สื่อสาธารณะ องค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อออนไลน์

ข้อเรียกร้องดังกล่าวไม่ได้มุ่งกล่าวหาว่าการทำงานร่วมกันหรือการรับทุนจากต่างประเทศเป็นความผิดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องการให้สังคมมีข้อมูลที่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเมื่อองค์กรบางแห่งได้รับเงินจากภาษีประชาชน เงินบำรุงตามกฎหมาย หรือเงินสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ ประชาชนในฐานะผู้มีส่วนร่วมรับภาระจึงควรมีสิทธิรับรู้ว่าเงินถูกนำไปใช้กับโครงการใด ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะมากน้อยเพียงใด

เปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ เพื่อความโปร่งใส

นายศุภชัยกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและองค์กรหลายกลุ่ม เช่น สสส. สปสช. มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย Thai PBS รวมถึง iLaw, The Isaan Record, Punch Up, The MATTER และ The 101 World ตลอดจนแหล่งทุนต่างประเทศอย่าง Open Society Foundations และ National Endowment for Democracy โดยเห็นว่าควรตรวจสอบข้อมูลจากหลักฐานจริง ไม่ควรใช้เพียงความสัมพันธ์ส่วนบุคคลหรือข้อสันนิษฐานมาเป็นข้อสรุป

การตรวจสอบที่เหมาะสมควรพิจารณาตั้งแต่แหล่งที่มาของเงิน เงื่อนไขการให้ทุน วัตถุประสงค์ของโครงการ ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับทุน งบประมาณที่ได้รับ และรายงานผลการดำเนินงาน หากมีการทำงานร่วมกันระหว่างหลายองค์กร ก็ควรระบุให้ชัดว่าแต่ละฝ่ายมีบทบาทอย่างไร มีการว่าจ้างหรือสนับสนุนกันในรูปแบบใด และมีกลไกป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

หลักสำคัญของการเปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ

การเปิดเผยข้อมูลไม่ควรถูกมองว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพของสื่อหรือการทำงานของภาคประชาสังคม เพราะความเป็นอิสระกับความโปร่งใสสามารถดำเนินไปพร้อมกันได้ องค์กรที่ทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะย่อมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น หากสามารถชี้แจงแหล่งเงิน รายละเอียดโครงการ และผลลัพธ์ต่อสังคมได้อย่างเป็นระบบ

  • เปิดเผยแหล่งเงิน: ระบุว่าเงินมาจากภาษี เงินบำรุง เงินบริจาค หรือทุนจากต่างประเทศ
  • เปิดเผยโครงการ: บอกวัตถุประสงค์ งบประมาณ ระยะเวลา และกลุ่มเป้าหมายของแต่ละโครงการ
  • เปิดเผยผู้รับผิดชอบ: แสดงรายชื่อคณะกรรมการ คณะทำงาน ผู้รับจ้าง และผู้รับทุนอย่างเหมาะสม
  • ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน: มีหลักเกณฑ์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแจ้งความสัมพันธ์และงดเว้นการตัดสินใจในกรณีที่อาจเกิดความขัดแย้ง
  • รายงานผลอย่างตรวจสอบได้: แสดงผลงานที่เกิดขึ้นจริง ตัวชี้วัด และการใช้เงินเมื่อสิ้นสุดโครงการ

สำหรับองค์กรที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ประเด็นที่สังคมควรติดตามคือการใช้เงินตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ไทยพีบีเอสได้รับเงินสนับสนุนตามกฎหมายจัดตั้ง ขณะที่ สสส. มีรายได้จากเงินบำรุงที่กฎหมายกำหนด ทั้งสององค์กรมีภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ จึงควรมีข้อมูลที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและสามารถนำไปตรวจสอบต่อได้

อีกคำถามที่สำคัญคือ การสนับสนุนงานด้านการสื่อสารสาธารณะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเนื้อหาที่มีความคิดเห็นหลากหลายเข้าถึงทุนอย่างเท่าเทียมหรือไม่ หากมีการคัดเลือกผู้รับทุนซ้ำอยู่ในกลุ่มเดิม หรือมีหลักเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นธรรมและความเป็นกลางได้ ดังนั้น การประกาศหลักเกณฑ์ล่วงหน้า พร้อมเผยแพร่ผลการพิจารณา จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความคลุมเครือ

ในกรณีที่องค์กรหนึ่งได้รับทุนทั้งจากหน่วยงานรัฐและแหล่งทุนต่างประเทศ ก็ควรมีระบบแยกบัญชีและแยกวัตถุประสงค์การใช้เงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ตรวจสอบทราบว่าเงินแต่ละก้อนถูกใช้กับกิจกรรมใด นอกจากนี้ควรมีรายงานประจำปีหรือฐานข้อมูลสาธารณะที่รวบรวมข้อมูลสำคัญให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยไม่ต้องดำเนินการที่ยุ่งยาก

ตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวหาล่วงหน้า

ข้อเรียกร้องเรื่อง เปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ ควรเดินหน้าไปพร้อมกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขององค์กรที่ทำงานเพื่อสังคม การตรวจสอบไม่ควรกลายเป็นเครื่องมือปิดกั้นเสียงวิจารณ์หรือจำกัดการทำงานของสื่อ แต่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ มูลนิธิ สื่อสาธารณะ เอ็นจีโอ หรือผู้ผลิตเนื้อหาออนไลน์

ประเด็นเรื่องการนำเงินสาธารณะไปสนับสนุนกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองก็จำเป็นต้องพิจารณาจากเอกสารและพยานหลักฐานที่ชัดเจน หากพบการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองใด ก็ควรมีกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม ในทางกลับกัน หากองค์กรสามารถแสดงหลักฐานว่าการใช้เงินเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ก็ย่อมช่วยสร้างความเข้าใจและลดความขัดแย้งในสังคม

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่คำถามว่าใครเป็นผู้จ่ายเงิน ใครเป็นผู้รับเงิน ใครเป็นผู้ตัดสินใจ และประชาชนได้รับประโยชน์จริงหรือไม่ การตอบคำถามเหล่านี้ด้วยข้อมูลที่เปิดเผยและตรวจสอบได้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลขององค์กรที่ทำงานเพื่อสาธารณะ รวมทั้งทำให้การรับทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเกิดความไว้วางใจมากขึ้น

ในมุมมองของประชาชน การ เปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอ ไม่ควรจบลงเพียงการตั้งคำถามทางการเมือง แต่ควรนำไปสู่ระบบข้อมูลสาธารณะที่ทุกฝ่ายใช้ตรวจสอบได้อย่างเท่าเทียม องค์กรต่าง ๆ ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อม สื่อควรรายงานด้วยความรอบคอบ และหน่วยงานกำกับดูแลควรทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง หากทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบเป็นหลัก สังคมก็จะสามารถแยกแยะระหว่างการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะกับการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่มา – ‘ศุภชัย’ เรียกร้องเปิดเส้นทางเงินสาธารณะเอ็นจีโอรับเงินสนับสนุน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *