ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์
ผู้ใช้รถเตรียมรับมือกันอีกครั้ง หลังมีข่าว ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานในตลาดโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ
การปรับราคาครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้ขับขี่และภาคธุรกิจต้องเตรียมวางแผนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานกันใหม่ แม้การปรับขึ้น 75 สตางค์ต่อลิตรอาจดูไม่มากเมื่อเติมน้ำมันเพียงครั้งเดียว แต่หากต้องเดินทางเป็นประจำหรือใช้รถเชิงพาณิชย์ ค่าใช้จ่ายสะสมตลอดทั้งเดือนอาจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ มีผลอย่างไร
สาเหตุสำคัญมาจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพทางอ้อมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ และพยายามผลักดันพันธมิตรในยุโรปให้ปล่อยน้ำมันจากสต็อกสำรอง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดพลังงานมีความผันผวนสูง โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์ปรับตัวขึ้นมากกว่า 179 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมากกว่า 157 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
เมื่อราคาตลาดโลกปรับสูงขึ้น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจึงต้องรับภาระชดเชยราคามากขึ้น โดยมีภาระประมาณวันละ 430.14 ล้านบาท การปรับราคาครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อลดภาระและรักษาสภาพคล่องของกองทุน ให้สามารถดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันได้ต่อไปในช่วงที่ตลาดโลกยังไม่แน่นอน
ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ ราคาล่าสุดมีอะไรบ้าง
สำหรับน้ำมันกลุ่มดีเซล มีการเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.28 บาทต่อลิตร ทำให้อัตราการชดเชยอยู่ที่ 4.07 บาทต่อลิตร และมีราคาขายปลีกอยู่ที่ 42.19 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลหมุนเร็ว B20 เพิ่มการชดเชย 0.15 บาทต่อลิตร เป็น 8.14 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 37.19 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลพรีเมียมมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนในอัตรา 1.50 บาทต่อลิตร
ด้านน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล มีรายละเอียดดังนี้
- น้ำมันเบนซิน ลดการจัดเก็บลง 0.79 บาทต่อลิตร เหลือ 1.50 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 49.68 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล 95 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็น 5.04 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล 91 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็น 5.04 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.32 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล E20 เพิ่มการชดเชย 0.59 บาทต่อลิตร เป็น 8.03 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 35.69 บาทต่อลิตร
- แก๊สโซฮอล E85 เพิ่มการชดเชย 0.01 บาทต่อลิตร เป็น 2.58 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกอยู่ที่ 31.63 บาทต่อลิตร
ผู้ใช้รถควรรับมือกับราคาน้ำมันอย่างไร
เมื่อ ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ ผู้ใช้รถควรเริ่มจากการวางแผนการเดินทางให้รอบคอบมากขึ้น รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและการขับรถอ้อมโดยไม่จำเป็น การรวมธุระหลายอย่างไว้ในการเดินทางครั้งเดียวก็ช่วยลดระยะทางและประหยัดเชื้อเพลิงได้เช่นกัน
- ตรวจเช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะยางอ่อนทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและกินน้ำมันมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องและเบรกกะทันหัน โดยรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ
- ไม่ควรบรรทุกของหนักเกินความจำเป็น เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลือง
- ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรอเป็นเวลานาน เพื่อลดการใช้น้ำมันโดยเปล่าประโยชน์
- เปรียบเทียบราคาน้ำมันและโปรโมชั่นของสถานีบริการก่อนเติม หากมีเส้นทางผ่านหลายแห่ง
- พิจารณาใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือเดินทางร่วมกับคนอื่นในวันที่ไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว
สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ร้านค้า และธุรกิจที่ต้องใช้รถจำนวนมาก ควรคำนวณต้นทุนเชื้อเพลิงใหม่ให้สอดคล้องกับราคาล่าสุด รวมถึงวางแผนเส้นทางขนส่งเพื่อลดเที่ยววิ่งที่ไม่จำเป็น การบันทึกปริมาณการใช้น้ำมันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เห็นจุดที่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนขึ้น
การปรับราคาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าราคาน้ำมันในประเทศยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นผู้บริโภคควรติดตามประกาศราคาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานีบริการใกล้บ้านก่อนเติมทุกครั้ง พร้อมใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น เพราะการประหยัดในระดับครัวเรือนไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ยังช่วยลดภาระของประเทศและสร้างความแข็งแรงให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะยาว
สรุป ข่าว ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สตางค์ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ผู้ใช้รถควรวางแผนการเดินทาง ตรวจสภาพรถ และเติมน้ำมันอย่างคุ้มค่า เพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา – เกินต้าน! ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดอีก 75 สต. เลี้ยวเข้าปั๊มด่วน