จับกุมขยะพิษสูงสุดรอบ 5 ปี สกัด 7 บริษัท
ประเด็น จับกุมขยะพิษสูงสุดรอบ 5 ปี กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก หลังกรมศุลกากรเดินหน้าตรวจสอบการนำเข้าขยะโลหะและเศษกระดาษที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้เข้ามาตรวจสอบผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียนรวม 7 บริษัท เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจสินค้าทั่วไป แต่เป็นความพยายามสกัดขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายที่อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และความเชื่อมั่นต่อระบบอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย
จับกุมขยะพิษสูงสุดรอบ 5 ปี
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรได้ส่งรายชื่อผู้ประกอบการ ข้อมูลเลขตู้สินค้า และรายละเอียดบริษัทที่พบความผิดหรือถูกร้องเรียนให้ดีเอสไอแล้ว โดยขณะนี้ดีเอสไอรับเรื่องเป็นคดีพิเศษและอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึก การทำงานจะประสานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. รวมถึงสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อขยายผลไปถึงเส้นทางการเงิน การฟอกเงิน และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
เป้าหมายสำคัญคือการตัดวงจรผู้ลักลอบนำเข้าขยะพิษ ไม่ให้ใช้ช่องว่างทางการค้าและกระบวนการนำเข้ามาสร้างภาระให้สังคมไทย หากพบความผิดจริง ผู้เกี่ยวข้องอาจต้องรับผิดทั้งในส่วนของคดีอาญา การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และผลกระทบต่อใบอนุญาตประกอบกิจการในอนาคต ขณะเดียวกันกรมศุลกากรยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือและเข้าชี้แจงข้อมูลต่อดีเอสไออย่างเต็มที่
มาตรการตรวจเข้มสกัดขยะอันตราย
กรมศุลกากรยังยกระดับมาตรการควบคุมด้วยการขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการนำเข้าและตัวแทนขนส่งสินค้าที่กระทำผิด เมื่อมีการนำเข้าสินค้าครั้งต่อไป ตู้สินค้าของบริษัทเหล่านี้จะถูกกักและเปิดตรวจค้นอย่างละเอียด 100% ทุกตู้ มาตรการดังกล่าวช่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และทำให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบต่อเอกสาร รายการสินค้า และแหล่งที่มาของวัตถุดิบมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการทำงานร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อปรับนโยบายการนำเข้าเศษโลหะ โดยมีข้อเสนอให้ห้ามนำเข้าเศษโลหะบางลักษณะที่เทกองหรืออัดแบบบิ๊กแบ็ก เพราะตรวจสอบภายในได้ยาก หากมีวัสดุต้องห้ามซุกซ่อนอยู่ก็อาจผ่านการตรวจได้ง่ายกว่าสินค้าที่แยกประเภทอย่างชัดเจน
- พิจารณาห้ามนำเข้าเศษโลหะที่ไม่สามารถเปิดตรวจได้อย่างทั่วถึง
- อนุญาตเฉพาะเศษโลหะที่แยกประเภทและคัดแยกอย่างสะอาด
- ส่งเสริมการนำเข้าโลหะที่ผ่านการแปรรูปเป็นแท่งรีไซเคิลแล้ว
- ตรวจสอบเอกสาร แหล่งที่มา และผู้รับสินค้าให้สอดคล้องกัน
สำหรับปริมาณการนำเข้าเศษโลหะและเศษกระดาษที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเทศไทยมีการนำเข้าเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมรีไซเคิลประมาณปีละ 6,400 ล้านกิโลกรัม แบ่งเป็นเศษโลหะราว 3,200 ล้านกิโลกรัม และเศษกระดาษอีกประมาณ 3,200 ล้านกิโลกรัม ตัวเลขนี้สะท้อนว่าธุรกิจรีไซเคิลมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีระบบคัดกรองที่รัดกุม เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดใช้การนำเข้าที่ถูกกฎหมายเป็นช่องทางซ่อนขยะอันตราย
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบความพยายามปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า สายไฟ และวัสดุอื่นที่เข้าข่ายสิ่งต้องห้ามมากับเศษโลหะหรือเศษวัสดุรีไซเคิล เมื่อขยะเหล่านี้ถูกนำไปหลอมในโรงงานที่ไม่มีระบบควบคุมเหมาะสม อาจเกิดผงโลหะหนัก สารเคมีตกค้าง และมลพิษทางอากาศ รวมถึงอาจปนเปื้อนในดินและน้ำ ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณโรงงาน แต่สามารถส่งต่อไปยังชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบ
สถิติจับกุมพุ่งสูงและผลกระทบต่อสังคม
ในปีงบประมาณ 69 กรมศุลกากรสามารถสกัดกั้นขยะพิษข้ามแดนและจับกุมได้ถึง 198 ราย คิดเป็นปริมาณมากกว่า 20.5 ล้านกิโลกรัม รวมมูลค่าประมาณ 243.1 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าการจับกุมที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี ประเภทขยะที่พบมาก ได้แก่ ของเสียอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และขยะเทศบาล โดยสินค้าส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา
ตัวเลข จับกุมขยะพิษสูงสุดรอบ 5 ปี อาจสะท้อนทั้งความพยายามลักลอบที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่ตรวจพบความผิดได้มากขึ้น ประชาชนจึงควรติดตามผลการสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพราะคดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลธุรกิจรีไซเคิลในประเทศ
ในมุมของผู้บริโภคและชุมชน การจัดการปัญหานี้ควรเน้นความโปร่งใสตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องควรแสดงข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้า เปิดให้ตรวจสอบ และลงทุนในระบบคัดแยกที่ได้มาตรฐาน ส่วนหน่วยงานรัฐควรแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างรวดเร็ว ใช้เทคโนโลยีติดตามตู้สินค้า และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนเพื่อให้การลักลอบนำเข้าขยะพิษไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่า
ท้ายที่สุด การ จับกุมขยะพิษสูงสุดรอบ 5 ปี ไม่ควรจบลงเพียงสถิติการจับกุม แต่ควรนำไปสู่การเปิดเผยข้อเท็จจริง การเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ และการยกระดับมาตรฐานนำเข้าอย่างต่อเนื่อง หากทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบจริงจัง ประเทศไทยก็จะสามารถรักษาอุตสาหกรรมรีไซเคิลที่ดีไว้ได้ พร้อมลดความเสี่ยงจากขยะอันตรายที่กระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ที่มา – กรมศุลกากร ส่งดีเอสไอ สอบร้องเรียน 7 บริษัทเอี่ยวขยะพิษ โชว์จับกุมปีนี้พุ่งสุดรอบ 5 ปี