ชนินทร์ รุ่งแสง ตั้งข้อเขมร อย่าเนรคุณ ลั่นไทยดูแลหนีตายกว่า 10 ปี
ล่าสุด นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook สื่อสารถึงสถานการณ์ในอดีตที่คนไทยร่วมมือกับโลกในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ด้วยข้อความว่า “เขมร อย่าเนรคุณ” สะท้อนให้เห็นถึงคุณธรรมและความเป็นมนุษยธรรมของไทยที่ไม่ลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านในช่วงวิกฤต
เขมร อย่าเนรคุณ ไทยเคยเปิดพรมแดนกว่า 10 ปี
เมื่อย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1980–1990 ประเทศไทยกลายเป็น “สะพานมนุษยธรรม” ของโลก โดยเปิดพรมแดนต้อนรับผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากว่าล้านคน ที่หนีสงครามและความตายจากความโหดร้ายของเขมรแดง และภายหลังจากการแทรกแซงของเวียดนามในกัมพูชา
บทบาทของไทยต่อผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาผู้ลี้ภัยตามสหประชาชาติ แต่ได้แสดงออกถึงจริยธรรมระดับโลก โดยเปิดพื้นที่ชายแดนให้จัดตั้งค่ายผู้ลี้ภัยหลายแห่ง เช่น ค่ายเขาอีเหล็ก อรัญประเทศ ค่ายในสระแก้ว ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภายในค่ายมีการให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ ยา รักษาพยาบาล พัฒนาการด้านการศึกษา และจัดตั้งโรงเรียนเพื่อให้เด็กกัมพูชามีโอกาสเรียนรู้ แม้จะเป็นการศึกษาเบื้องต้น แต่ก็เป็นความหวังท่ามือก้าวสู่อนาคต
- การสนับสนุนจาก UNHCR และองค์กรนานาชาติ
- ระบบความมั่นคงที่ไทยดูแลอย่างใกล้ชิด
- การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อลดอัตราเสียชีวิต
- โรงเรียนในค่ายสร้างโอกาสทางการศึกษา
จนกระทั่งในปี 1991 มีข้อตกลงปารีสที่ส่งเสริมสันติภาพและการเลือกตั้งใหม่ในกัมพูชาภายใต้การดูแลของ UNTAC การส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศอย่างปลอดภัยจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้ไทยเริ่มทยอยปิดค่ายผู้ลี้ภัยในปี 1993 สื่อถึงบทบาทของไทยในฐานะผู้ดูแลที่ไม่หวังผลตอบแทน
อย่าให้โลกมองกัมพูชาเป็นคนอกตัญญู
ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน้าประวัติศาสตร์ แต่เป็นบทเรียนชิ้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษยธรรม ความเมตตา และคุณธรรมของไทยที่มีต่อเพื่อนบ้าน
นายชนินทร์ กล่าวเสริมว่า คนกัมพูชาไม่ควรลืมถึงบุญคุณอันยิ่งใหญ่จากประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักในทุกความคิดและการกระทำต่อไทยในยุคปัจจุบัน
อย่าให้ทั่วโลกมองว่ากัมพูชาเป็น “คนอกตัญญู” ที่ลืมคุณผู้ช่วยชีวิตในช่วงวิกฤต
ที่มา – ‘ชนินทร์ รุ่งแสง’ ซัดเขมรอย่าเนรคุณ ลั่นไทยเคยดูแลเขมร หนีตายเกือบล้านคนกว่า 10 ปี