ชาว ม.เกษตร ค้านทางด่วนอุโมงค์เกษตร จ่าย 30 บาท

ชาว ม.เกษตร ค้านทางด่วนอุโมงค์เกษตร จ่าย 30 บาท

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา เกิดประเด็นร้อนขึ้นในแวดวงการศึกษาและการจราจร เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข่าวชุมชน ม.เกษตรศาสตร์ ได้เผยแพร่ข้อมูลการประชุมหารือเกี่ยวกับโครงการ อุโมงค์เกษตร ซึ่งทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เสนอให้ทำเป็น ทางด่วน โดยคิดค่าผ่านทาง 30 บาท

การประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าร่วม รวมถึงผู้บริหารระดับคณบดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกฝ่ายต่างแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอของ กทพ. อย่างชัดเจน

ทำไม ม.เกษตร จึงค้านทางด่วนอุโมงค์เกษตร?

  • ไม่เคยมีการหารือล่วงหน้า – ทางมหาวิทยาลัยระบุว่าไม่เคยได้รับการติดต่อหรือหารือจากกระทรวงคมนาคมและ กทพ. ก่อนจะมีข่าวนี้เผยแพร่สู่สาธารณะ
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม – การก่อสร้างทางด่วนจะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศภายในมหาวิทยาลัย
  • ความไม่เหมาะสมของพื้นที่ – บริเวณอุโมงค์เกษตรเป็นพื้นที่สำคัญทางการศึกษาและวิจัย
  • ทางเลือกที่ดีกว่า – มหาวิทยาลัยสนับสนุนการพัฒนา รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แทนการสร้างทางด่วน

สำหรับแนวทางการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก – ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน – ถนนประเสริฐมนูกิจ) ล่าสุด กทพ. จะปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เป็นอุโมงค์และทางยกระดับ เป็น ทางด่วนยกระดับ ร่วมกับการปรับปรุงถนนระดับดินเดิม และขยายขอบเขตการแก้ปัญหาจราจรไปจนถึงแคราย

แผนการก่อสร้างทางด่วนอุโมงค์เกษตร

แผนการก่อสร้างใหม่นี้จะมีการปรับปรุงรูปแบบโครงการตามข้อสรุปที่หารือร่วมกันระหว่าง กทพ., กรมทางหลวง และกรุงเทพมหานคร ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่ให้ทั้ง 3 ส่วนบูรณาการร่วมกันในการบริหารจัดการจราจรเส้นทางนี้

แนวเส้นทางรูปแบบใหม่จะมีการเชื่อมต่อมาจากทางด่วนสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก (N2 เดิม) ซึ่งจะเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจจนมาถึงบริเวณอุโมงค์ทางลอดแยกเกษตร

โดยจะใช้อุโมงค์ทางลอดแยกเกษตรเป็นทางด่วน 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ) จากนั้นเป็นระดับดิน และใช้สะพานข้ามทางแยกต่างระดับบางเขน (ถนนวิภาวดี) ทั้งหมด 4 ช่องจราจร เป็นทางด่วน และจะทำเป็นแลมป์ยูเทิร์น ขยายเพิ่มอีก 2 ช่องจราจร (ไป-กลับ) สำหรับรถทั่วไป

ทางด่วนอุโมงค์เกษตร กับผลกระทบต่อชุมชน

การก่อสร้าง ทางด่วนอุโมงค์เกษตร จะส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบหลายด้าน ทั้งในเรื่องเสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และการบดบังทัศนียภาพของพื้นที่ ซึ่งเป็นปัญหาที่ชุมชนใกล้เคียงต่างกังวลใจ

นอกจากนี้ ค่าผ่านทาง 30 บาท ก็ถือเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัญจรผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนหันไปใช้เส้นทางอื่นแทน ส่งผลให้ปัญหาการจราจรเลวร้ายลง

ทางเลือกที่ดีกว่า: รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เสนอว่าทางเลือกที่ดีกว่าคือการเร่งพัฒนา รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่าในระยะยาว

  • ลดมลพิษทางอากาศ
  • ลดปัญหาการจราจร
  • สร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง
  • สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ

การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจะช่วยแบ่งเบาภาระการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ข้อสรุป: ทางด่วนอุโมงค์เกษตร ควร reconsider

จากข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ได้นำเสนอไปข้างต้น ชัดเจนว่า ชาว ม.เกษตร ค้านทางด่วนอุโมงค์เกษตร จ่าย 30 บาท อย่างหนักแน่น เนื่องจากมีผลกระทบต่อหลายด้าน และมีทางเลือกที่ดีกว่าอย่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาข้อเสนอและข้อกังวลของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และชุมชนรอบข้างอย่างรอบคอบ ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป

ที่มา – ชาว “ม.เกษตรฯ” ค้านสร้างทางด่วนอุโมงค์เกษตร จ่าย 30 บาท จวกไม่เคยมาหารือ จี้เร่งสร้างรถไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *