ชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุน “ซีพี”ย้ำลงทุนต่อเนื่อง 3.2 หมื่นล.
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงปี 2025 นี้ เมื่อ ชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุน อย่างชัดเจน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงของคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และผู้นำธุรกิจใหญ่ของไทยอย่างกลุ่มบริษัท ซีพี ที่ย้ำว่าจะลงทุนต่อเนื่องในประเทศประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี
ชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุนอย่างไร?
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า ไทยอยู่ในเส้นทางการพัฒนาที่ส่งเสริมด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 มีการเติบโตของการลงทุนจากต่างประเทศสูงถึง 35% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ แหล่งทุนหลักมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งไทยสามารถดึงดูดพวกเขาได้จากความครบวงจรของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งศักยภาพด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งโดดเด่นในภาคยานยนต์ เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด
สมรรถนะของไทยในสายตา “ซีพี”
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวในงาน Thailand Focus 2025 ว่า บริษัทในเครืออย่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ซีพีเอฟ และ ซีพี ออลล์ มีแผนลงทุนในไทยต่อเนื่องทุกปี รวมมูลค่าสูงถึง 3.2 หมื่นล้านบาท
ตามแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลงทุนของซีพีในไทยมุ่งเน้นขยายฐานการผลิตและการบริการที่รองรับอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเกษตรเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในพื้นที่เศรษฐกิจอาเซียน
- โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย
- นโยบายดึงดูดนักลงทุนและแรงงานต่างชาติ
- ทักษะแรงงานที่พร้อมพัฒนา
- ความมั่นคงในเชิงภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ นายศุภชัยยังย้ำว่า ไทยยังมีข้อได้เปรียบจากรัฐบาลด้วยนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน เช่น ใบอนุญาตทำงานแบบรวมกับวีซ่า 10 ปี และสิทธิถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน 99 ปี ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งหลักแหล่งในประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี
ด้านเทคโนโลยี นายชวพล จริยาวิโรจน์ ประธานหัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ยืนยันว่า นโยบายด้านคลาวด์คอมพิวติ้งของไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ระบุถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศให้ตรงตามเป้าหมายดิจิทัล ทำให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่มองประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยียุคใหม่ในภูมิภาค
หัวเว่ยเองก็มืออาชีพด้าน R&D โดยใช้งบประมาณถึง 25% ต่อปีเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถรองรับความต้องการของธุรกิจซึ่งมีความต้องการสูงในด้าน AI และระบบคลาวด์
ความร่วมมือกับภาคเกษตรกรรมผ่านเทคโนโลยีและ AI กลายเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้Supply Chain ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยช่วยให้การผลิตที่เคยอยู่ในรูปแบบเกษตรแบบดั้งเดิมก้าวขึ้นสู่การเกษตรเชิงอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มข้าวหอมมะลิ ข้าวโพด และผลไม้ไทยซึ่งมีศักยภาพด้านการส่งออกสูง
ด้วยการสนับสนุนด้านแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูง และการส่งเสริมให้แรงงานในประเทศได้รับการพัฒนา ประเทศไทยจะสามารถเติมเต็มช่องว่างด้านศักยภาพแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นศูนย์กลางแรงงานและนวัตกรรมในภูมิภาคเอเชียในไม่ช้า
การชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุนไม่ใช่เพียงแค่คำกล่าว แต่เป็นผลจากการบริหารและวางนโยบายเชิงกลยุทธ์ของภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของบริษัทในเครือซีพีที่ยังคงขยายตัว เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยยังคงเป็นดินแดนแห่งโอกาส และฐานสำหรับการเติบโตของธุรกิจที่มีอานุภาพ
หากคุณเป็นนักลงทุนหรือเจ้าของธุรกิจ ต้องห้ามพลาดโอกาสในประเทศไทย ที่พร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในเส้นทางการเติบโตของคุณ
ที่มา – ชี้ไทยมีศักยภาพด้านลงทุน “ซีพี”ย้ำลงทุนต่อเนื่อง 3.2 หมื่นล.
