ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อน บุกทลายโกดังน้ำมันเถื่อน
ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อน บุกทลายโกดังน้ำมันเถื่อน ได้สร้างผลงานเด็ดขาดอีกครั้ง โดยได้รับคำสั่งตรงจากพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ชุดปฏิบัติการนี้มีหน้าที่หลักในการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย
ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อน บุกทลายโกดังน้ำมันเถื่อน
หลังจากได้รับรายงาน的情ลับว่ามีการลักลอบกักเก็บและค้าขายน้ำมันเชื้อเพลิงเถื่อนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่หมาย ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลจากการตรวจค้น พบรถบรรทุกแท็งก์น้ำมันและภาชนะบรรจุแบบแกลลอนซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้เสียภาษีสรรพสามิต หรือที่เรียกกันว่าน้ำมันเถื่อนนั่นเอง
รายละเอียดของกลางที่ถูกยึด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด รวมปริมาณมหาศาลถึง 45,210 ลิตร โดยแบ่งเป็น
- น้ำมันดีเซล: 30,300 ลิตร
- น้ำมันเบนซิน: 14,910 ลิตร
มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการลักลอบค้าขายน้ำมันเถื่อนครั้งนี้คาดว่าสูงมาก เนื่องจากน้ำมันเถื่อนเหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น ขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย การประมงเถื่อน หรือแม้กระทั่งสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ภาษีของรัฐและระบบเศรษฐกิจโดยรวม
กองทัพภาคที่ 4 ได้ดำเนินการยึดของกลางทั้งหมดทันที และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่สรรพสามิต ตำรวจ และหน่วยข่าวกรอง เพื่อขยายผลการจับกุมไปยังเครือข่ายผู้กระทำผิดทั้งหมด การปฏิบัติครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนจากแม่ทัพภาคที่ 4 ในการกวาดล้างภัยแทรกซ้อนและสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรักษาความมั่นคงและเศรษฐกิจของชาติ
ความสำคัญของการปราบปรามน้ำมันเถื่อนในภาคใต้
ปัญหาการค้าขายน้ำมันเถื่อนในภาคใต้ของไทยเป็นภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นมานาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนและใกล้เคียงกับช่องทางการลักลอบนำเข้า น้ำมันเหล่านี้มักมาจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ผ่านด่านศุลกากร ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีปีละหลายพันล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อความมั่นคง เพราะอาจถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในการก่อเหตุรุนแรงหรือสนับสนุนขบวนการผิดกฎหมาย
ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อนที่นำโดยกองทัพภาคที่ 4 ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและประสิทธิภาพในการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลข่าวกรองที่ทันสมัยในการติดตามเป้าหมาย การบุกทลายโกดังน้ำมันเถื่อนรายนี้ไม่เพียงช่วยยึดของกลางจำนวนมาก แต่ยังเป็นการตัดวงจรเครือข่ายอาชญากร ทำให้กลุ่มผู้ลักลอบต้องหวาดกลัวและลดกิจกรรมลง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การปราบปรามเช่นนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ เพื่อลดช่องว่างที่ทำให้ประชาชนหันไปพึ่งพากิจกรรมผิดกฎหมาย หากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงร่วมมือกันต่อไป ปัญหาน้ำมันเถื่อนและภัยแทรกซ้อนอื่นๆ จะถูกกำจัดได้อย่างยั่งยืน
คุณคิดอย่างไรกับปฏิบัติการครั้งนี้? หากมีเบาะแสเกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนหรือกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันทีเพื่อช่วยกันรักษาความมั่นคงของชาติ ติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ชุดปราบปรามภัยแทรกซ้อน บุกทลายโกดังน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ของกลางอื้อ!!
