ชูวิทย์เผย! คนกินไวน์คะแนนพุ่ง แต่คนกินนมดิ่ง
เมื่อไม่นานมานี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กอย่างชัดเจน ถึงสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน ที่กำลังมีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน
คนกินไวน์คะแนนพุ่ง แต่คนกินนมดิ่ง หมายถึงอะไร
ในโพสต์ของเขา นายชูวิทย์เปรียบเทียบการเมืองว่าเป็นเรื่องของ ‘ผู้ใหญ่’ กับ ‘เด็ก’ โดยใช้นิทานที่ว่า คนกินไวน์กับคนกินนม ซึ่งแฝงความหมายถึงการใช้กลยุทธ์ที่ฉลาดและประสบการณ์ หรือกลับกันคือการขาดการวางกลยุทธ์และการตัดสินใจที่ยืดเยื้อ
พรรคภูมิใจไทยตอนนี้มีคะแนนนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการดำเนินการที่มีความชัดเจนและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ในทางกลับกัน พรรคประชาชนกลับมีคะแนนนิยมที่ลดลงไปอย่างต่อเนื่อง ถูกวิจารณ์ว่า ‘เหมือนเด็ก’ ที่ไม่รู้จะไปทางไหน การล้มเหลวในการคุมสถานการณ์และการขาดการปรับตัวกลายเป็นสาเหตุที่สำคัญ
เปรียบเทียบระหว่างไวน์กับนม สามารถช่วยเข้าใจได้
คนกินไวน์คือผู้ที่มีประสบการณ์สูง มีการวางแผนล่วงหน้า มีความคิดลึกซึ้ง และสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ต่างจากคนกินนมที่มีท่าทีเป็นเด็กๆ ตัดสินใจด้วยอารมณ์ และขาดการเตรียมตัวที่เพียงพอ
- พรรคภูมิใจไทย – มีแนวทางชัดเจน เป็น ‘คนกินไวน์’
- พรรคประชาชน – ขาดความมั่นคง เป็น ‘คนกินนม’
ดังนั้น ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่เห็น เมื่อพรรคภูมิใจไทยสามารถดึงดูด ส.ส. ใหม่ๆ และคะแนนนิยมพุ่ง ขณะที่พรรคประชาชนกลับขาดเป้าทางการเมือง และมีโอกาสต่ำในการกลับมาแรงอีกครั้ง ในอนาคต
ทว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่ประชาชนจะนั่งดูเฉยๆ เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนต้องเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์และเลือกพรรคที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่ถอยหลังด้วยการเมืองระดับเด็กนักเลง
สรุป: คนกินไวน์จะชนะเสมอถ้าคนกินนมยังไม่เติบโต พรรคที่มีความพร้อมในการบริหารประเทศ คือพรรคที่น่าลงคะแนนเสียง เพราะการเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์ แต่เป็นความรับผิดชอบต่อชาติและประชาชน
หากคุณเห็นด้วยกับข้อคิดนี้不妨เริ่มติดตามและรับข่าวสารการเมืองมากขึ้น เพื่อเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ที่มา – “ชูวิทย์” ชี้ชัด! ทำไม ‘คนกินไวน์’ คะแนนพุ่ง แต่ ‘คนกินนม’ ดิ่งลง