“ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล.
“ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล. เป็นภาพสะท้อนสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจอย่างจริงจัง ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจ ความท้าทายด้านสังคม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ปัจจัยเหล่านี้ทำให้องค์กรไม่สามารถดำเนินงานด้วยแนวคิดเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องพร้อมเรียนรู้ ทดลอง และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี มองว่านวัตกรรมไม่ได้หมายถึงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นสิ่งที่นำไปใช้งานได้จริงและสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การพัฒนานวัตกรรมจึงครอบคลุมตั้งแต่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการทำงาน การลดต้นทุน ไปจนถึงการสร้างรูปแบบธุรกิจที่ตอบโจทย์ลูกค้าและสังคมในระยะยาว
“ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล.
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก “3 ประโยชน์” ของเครือซีพี ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร การทำงานด้านนวัตกรรมจึงไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนโครงการหรือเทคโนโลยีที่นำมาใช้เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาว่าสิ่งนั้นช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เพิ่มประสิทธิภาพได้มากเพียงใด และสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างได้หรือไม่
ในงานซีพี อินโนเวชัน เอ็กซ์โพซิชัน 2026 ซีพีและทรูเปิดพื้นที่ให้พนักงานจากบริษัทในเครือร่วมเสนอผลงานนวัตกรรม โดยมีผลงานเข้าร่วมทั้งหมด 319 ผลงาน จาก 10 ประเทศ ความหลากหลายของโครงการแสดงให้เห็นว่าบุคลากรในองค์กรมีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายเทคโนโลยีหรือฝ่ายวิจัยและพัฒนาเท่านั้น
“ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล. จากผลงานทั่วโลก
จากผลงานทั้งหมด มีจำนวน 190 ผลงานที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพ ขณะที่ผลงานอีกส่วนหนึ่งเน้นการสร้างรายได้ แหล่งธุรกิจใหม่ และโอกาสทางการตลาด การให้ผู้รับผิดชอบแต่ละโครงการประเมินผลลัพธ์ทางธุรกิจ รวมถึงศักยภาพในการขยายผล ถือเป็นแนวทางที่ช่วยทำให้นวัตกรรมมีเป้าหมายชัดเจนและสามารถวัดผลได้
ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดในปีนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 31,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงแนวคิดในห้องประชุม แต่สามารถสร้างผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน ประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทรูเร่งพัฒนาทักษะ AI ให้บุคลากร
สำหรับทรู บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ AI ของบุคลากร โดยตั้งเป้าให้พนักงานทั้งหมด 100% มีความรู้และสามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ ขณะเดียวกัน ในปีถัดไป บริษัทตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร 10% ให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ระดับสูง และอีก 30% ให้สามารถใช้ทักษะ AI ขั้นสูงเพื่อสนับสนุนงานในสายงานของตนเอง
เป้าหมายนี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการซื้อระบบหรือซอฟต์แวร์ราคาแพงเท่านั้น แต่ต้องลงทุนกับคนควบคู่กันไป เพราะบุคลากรคือผู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดผลจริง หากพนักงานไม่เข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของ AI การลงทุนด้านเทคโนโลยีก็อาจไม่สามารถสร้างคุณค่าได้เต็มที่
- พัฒนาความรู้: ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับเข้าใจพื้นฐานและการใช้งาน AI อย่างเหมาะสม
- สร้างผู้เชี่ยวชาญ: ยกระดับบุคลากรกลุ่มสำคัญให้มีทักษะ AI ขั้นสูงและช่วยถ่ายทอดความรู้ภายในองค์กร
- เชื่อมโยงกับธุรกิจ: วัดผลการใช้เทคโนโลยีจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ หรือยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
- ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: รวมศูนย์ข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการรวมศูนย์ระบบข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ทรูแบ่งพื้นที่ประเทศไทยออกเป็น 6,000 พื้นที่ เพื่อให้บุคลากรสามารถใช้งานแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยมีข้อมูลและระบบอัตโนมัติช่วยสนับสนุนการทำงานในแต่ละวัน การจัดการข้อมูลในลักษณะนี้ช่วยให้ทีมงานเห็นสถานการณ์ได้รวดเร็วขึ้น และสามารถวางแผนแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่าเดิม
หัวใจของการดำเนินงานจึงอยู่ที่การทำให้ทุกหน่วยงานมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI เข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพียงเพราะเป็นกระแส องค์กรต้องตั้งคำถามว่า AI จะช่วยลูกค้าได้อย่างไร จะทำให้พนักงานทำงานดีขึ้นอย่างไร และจะสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างไร
กรณีของซีพีและทรูยังแสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมนวัตกรรมต้องเริ่มจากผู้นำ แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนทั้งองค์กร ผู้บริหารต้องกล้าปรับโครงสร้าง สนับสนุนการทดลอง และเปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนวคิดใหม่ ขณะเดียวกัน พนักงานก็ต้องพร้อมเรียนรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลง
มุมมองที่น่าสนใจคือ การสร้างนวัตกรรมในยุค AI ควรเดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบ การใช้ข้อมูลต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว การพัฒนาเทคโนโลยีต้องไม่ละเลยผลกระทบต่อแรงงานและสังคม และทุกโครงการควรมีเป้าหมายที่ช่วยสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน หากองค์กรสามารถรักษาสมดุลระหว่างนวัตกรรม ผลประกอบการ และประโยชน์ต่อสังคมได้ ก็จะมีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต
โดยสรุป “ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล. ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเกี่ยวกับตัวเลขทางธุรกิจ แต่เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง องค์กรที่ต้องการเติบโตในยุคดิจิทัลควรเริ่มจากการพัฒนาคน ใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างชัดเจน หากทำได้ นวัตกรรมจะกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันและคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว
ที่มา – “ซีพี-ทรู”ชูนวัตกรรม สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 3.1 หมื่นล.

