สาวลูกจ้าง อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม ขอความเป็นธรรม

สาวลูกจ้าง อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังทำงานในองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มานานกว่า 14 ปี โดยอ้างว่าถูกปลัด อบต. คนใหม่กลั่นแกล้ง กดดัน และพยายามบีบให้ออกจากงาน จึงต้องเข้ายื่นเรื่องเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจ เนื่องจากผู้ร้องเป็นลูกจ้างภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ ซึ่งทำงานกับ อบต. แห่งนี้มาเป็นเวลานาน และระบุว่าที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ รวมถึงเคยได้รับคำชื่นชมจากหัวหน้างานมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนแปลงหลังมีปลัด อบต. คนใหม่ย้ายมารับตำแหน่งภายหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อต้นปี 2569

สาวลูกจ้าง อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกกดดัน

น.ส.เอ ซึ่งเป็นนามสมมติ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังปลัดคนใหม่เข้ามาทำงาน เธอได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานธุรการสภาเพิ่มเติมจากหน้าที่เดิม ทำให้มีภาระงานมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้งานเสร็จทันเวลา เธอจึงนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยจัดทำเอกสารและสนับสนุนการทำงาน โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 750 บาท และเป็นผู้สำรองจ่ายไปก่อน

เมื่อเธอแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อปลัด อบต. กลับเกิดความไม่พอใจ หลังจากนั้นจึงถูกเรียกไปตำหนิหลายครั้ง ผู้ร้องมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บรรยากาศในการทำงานเปลี่ยนไป และรู้สึกว่าตนเองถูกจับตามองมากกว่าปกติ แม้จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง

สาวลูกจ้าง อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม ขอให้ตรวจสอบการประเมิน

ผู้ร้องยังอ้างว่า ปลัด อบต. พยายามเรียกประชุมเพื่อไม่ให้เธอผ่านการประเมินผลงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการต่อสัญญาหรือการทำงานในอนาคต นอกจากนี้ ยังระบุว่ามีการฝากข้อความผ่านเจ้าหน้าที่ในลักษณะว่าจะทำให้เธอออกจากงานให้ได้ และมีคำสั่งให้หัวหน้าฝ่ายประเมินผลงานอยู่ในระดับ “พอใช้” ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชาเป็นประจำ

เมื่อเรื่องทราบถึงนายศักดิ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ จึงได้ประสานไปยังนายก อบต. เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วยความเห็นใจ เนื่องจากผู้ร้องมีภาระต้องดูแลครอบครัวและบุตรจำนวน 2 คน การถูกเลิกจ้างหรือไม่ได้รับการต่อสัญญาอาจสร้างผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัวอย่างมาก

น.ส.เอ ยืนยันว่า การเข้าร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะแก้แค้นหรือทำร้ายผู้ใด แต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เธอทำงานกับหน่วยงานมานานกว่า 14 ปี จึงอยากให้มีการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องการให้เรื่องส่วนตัวหรือความไม่เข้าใจกันกลายเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียงานที่ทำมาเป็นเวลานาน

ประเด็นที่ศูนย์ดำรงธรรมต้องตรวจสอบ

ผู้ร้องขอให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ตรวจสอบหลายประเด็น ตั้งแต่กระบวนการมอบหมายงาน การเรียกตักเตือน การประเมินผลการปฏิบัติงาน ไปจนถึงพฤติกรรมการกดดันหรือการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา โดยต้องพิจารณาว่าการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามระเบียบและมีเหตุผลรองรับหรือไม่

  • ตรวจสอบภาระงานและคำสั่งมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมของผู้ร้อง
  • ตรวจสอบหลักเกณฑ์และขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการกดดันหรือบีบให้ลาออก
  • เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม
  • พิจารณาแนวทางคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้ร้อง และจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ โดยการพิจารณาควรอาศัยเอกสารการประเมิน คำสั่งปฏิบัติงาน ข้อความหรือพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคำชี้แจงจากปลัด อบต. และผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบด้านและไม่กระทบสิทธิของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

เรื่องดังกล่าวสะท้อนให้เห็นความสำคัญของระบบประเมินบุคลากรที่โปร่งใส รวมถึงการสื่อสารภายในองค์กรที่ชัดเจน หากมีการมอบหมายงานเพิ่มเติม ควรระบุขอบเขตหน้าที่และทรัพยากรสนับสนุนให้เหมาะสม ขณะเดียวกัน ลูกจ้างหรือพนักงานที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ควรเก็บเอกสาร หลักฐาน และบันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างเป็นระบบก่อนใช้สิทธิร้องเรียน

ข้อคิดเห็น: การตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจง คือแนวทางที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรและประชาชน หากพบการใช้อำนาจไม่เหมาะสมก็ควรแก้ไขตามระเบียบ แต่หากเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็ควรเร่งไกล่เกลี่ย เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นเดินหน้าต่อไปได้อย่างเป็นธรรม

ที่มา – สาวลูกจ้าง อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกปลัดกลั่นแกล้ง-บีบลาออก หลังทำงานมา 14 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *