ตร.ไซเบอร์เช็กเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์

กรณี ตร.ไซเบอร์เช็กเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ที่หลอก “เนย” ปภาดา กลิ่นสุมาลย์ นักแสดงจากช่อง 7HD จนสูญเงินกว่า 200,000 บาท กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่เธอประกาศขายคาร์ซีทมือสองของลูกสาวผ่านเพจออนไลน์ ก่อนถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกให้โอนเงิน โดยอ้างเป็นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มิจฉาชีพสามารถแฝงตัวอยู่ในช่องทางซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างแนบเนียน ผู้เสียหายอาจเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงคนทั่วไปที่ต้องการทำธุรกรรมอย่างรวดเร็ว การตรวจสอบข้อมูลของคู่สนทนาและเงื่อนไขการโอนเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ตร.ไซเบอร์เช็กเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ ปฏิบัติราชการในกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยความคืบหน้าว่า พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 หรือ บก.สอท.1 ได้รับแจ้งความและรับคดีไว้ดำเนินการแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

แนวทางสำคัญของคดีคือการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตั้งแต่บัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย ไปจนถึงบัญชีปลายทางอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการ ตำรวจจะพิจารณาอายัดบัญชีม้าที่พบความเชื่อมโยง พร้อมติดตามเจ้าของบัญชีและผู้ที่ทำหน้าที่จัดหาหรือควบคุมบัญชีดังกล่าว การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ของแก๊งสแกมเมอร์ได้มากขึ้น

ตร.ไซเบอร์เช็กเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อขยายผลถึงตัวการ

บัญชีม้าเป็นเครื่องมือที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้รับ โอน หรือพักเงินที่ได้จากการหลอกลวง เจ้าของบัญชีบางรายอาจถูกว่าจ้างให้เปิดบัญชีและส่งมอบข้อมูลให้ผู้อื่น ขณะที่บางรายอาจมีส่วนร่วมในขบวนการโดยรู้เห็น การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาทั้งเส้นทางเงิน การติดต่อสื่อสาร ตำแหน่งการใช้งาน และพฤติกรรมการทำธุรกรรม เพื่อแยกแยะบทบาทของแต่ละบุคคลอย่างรอบคอบ

ตำรวจไซเบอร์ยังแจ้งเตือนว่า แก๊งมิจฉาชีพมักใช้วิธีดึงเหยื่อเข้ากลุ่ม OpenChat ในแอปพลิเคชัน LINE จากนั้นให้หน้าม้าหรือสมาชิกในกลุ่มสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการพูดคุยเหมือนมีผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจหรือมีการตกลงซื้อขาย มิจฉาชีพจะอ้างว่าต้องชำระค่าธรรมเนียม ค่าประกัน ค่าปลดล็อกระบบ หรือค่าใช้จ่ายอื่นก่อนจึงจะดำเนินการต่อได้

กลวิธีหลอกลวงที่ผู้ขายออนไลน์ควรรู้

แผนประทุษกรรมของมิจฉาชีพมักเริ่มจากข้อความที่ดูเป็นปกติ เช่น สนใจสินค้า ขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเสนอราคาที่ทำให้ผู้ขายตัดสินใจได้ง่าย จากนั้นจะพยายามเร่งรัดให้ย้ายไปพูดคุยนอกแพลตฟอร์ม หรือชักชวนเข้ากลุ่มสนทนาที่มีสมาชิกหลายคน การมีบุคคลอื่นเข้ามายืนยันว่าเคยทำรายการสำเร็จ อาจทำให้เหยื่อลดความระมัดระวังและเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าวถูกต้อง

  • สร้างเรื่องให้ดูเร่งด่วน: มิจฉาชีพอาจอ้างว่าต้องโอนเงินทันที ไม่เช่นนั้นจะเสียสิทธิ์หรือถูกยกเลิกการขาย
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลายครั้ง: หลังจากเหยื่อโอนเงินครั้งแรก อาจมีการอ้างค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
  • ใช้หน้าม้าสร้างความน่าเชื่อถือ: สมาชิกในกลุ่มอาจช่วยกันยืนยันข้อมูล ทั้งที่เป็นบุคคลในขบวนการเดียวกัน
  • ส่งลิงก์หรือบัญชีธนาคารที่ไม่ตรงชื่อ: มิจฉาชีพอาจให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น และอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อยอมทำรายการ
  • ขอข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น: เช่น รหัสผ่าน รหัส OTP หรือภาพบัตรประชาชน ซึ่งอาจนำไปใช้ก่อความเสียหายต่อได้

วิธีป้องกันตัวเมื่อลงขายสินค้าผ่านออนไลน์

ผู้ขายควรเริ่มจากการตรวจสอบแพลตฟอร์มและบัญชีของคู่สนทนา ไม่ควรเชื่อเพียงจำนวนผู้ติดตาม รูปโปรไฟล์ หรือข้อความรับรองจากสมาชิกในกลุ่ม ควรค้นหาชื่อบัญชี หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัญชีธนาคารผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางตรวจสอบประวัติการหลอกลวง หากพบข้อมูลผิดปกติหรือมีผู้ร้องเรียนจำนวนมาก ควรหยุดการทำธุรกรรมทันที

การขายสินค้าทั่วไปไม่ควรต้องโอนเงินเพื่อปลดล็อกยอดขาย หรือจ่ายค่าธรรมเนียมให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง หากอีกฝ่ายอ้างว่าระบบมีปัญหาและต้องโอนเงินก่อน ควรติดต่อแพลตฟอร์มโดยตรงผ่านช่องทางทางการ อย่ากดลิงก์ที่ส่งมาทางแชต และอย่าเปิดเผยรหัส OTP ให้ใคร แม้บุคคลนั้นจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งก็ตาม

ก่อนกดยืนยันการโอนเงินทุกครั้ง ควรตรวจสอบชื่อบัญชี เลขบัญชี จำนวนเงิน และวัตถุประสงค์ให้ครบถ้วน หากเป็นการซื้อขายสินค้า ควรเก็บภาพประกาศขาย บทสนทนา สลิปโอนเงิน ลิงก์กลุ่ม และข้อมูลบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด หลักฐานเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการแจ้งความและช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเงินได้รวดเร็วขึ้น

หากตกเป็นผู้เสียหายควรทำอย่างไร

ผู้ที่ถูกหลอกควรตั้งสติและหยุดโอนเงินทันที แม้มิจฉาชีพจะอ้างว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อขอเงินคืนก็ตาม จากนั้นให้รีบติดต่อธนาคารต้นทางเพื่อแจ้งเหตุและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการระงับธุรกรรม พร้อมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อแจ้งความกับตำรวจหรือช่องทางรับแจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยเร็ว

ไม่ควรลบข้อความหรือออกจากกลุ่มสนทนาก่อนบันทึกหลักฐาน เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยระบุผู้ร่วมขบวนการได้ ควรบันทึกหน้าจอชื่อบัญชี เบอร์โทรศัพท์ เวลาโอนเงิน ข้อมูลการสนทนา และหมายเลขรายการธุรกรรมอย่างละเอียด นอกจากนี้ ควรแจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบเพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปหลอกซ้ำหรือใช้ชื่อผู้เสียหายติดต่อบุคคลอื่น

คดีของ “เนย” ปภาดา เป็นอีกกรณีที่เตือนให้เห็นว่า การซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ต้องอาศัยความรอบคอบ แม้จะเป็นสินค้ามือสองหรือรายการที่ดูมีมูลค่าไม่สูงมากก็ตาม การที่ ตร.ไซเบอร์เช็กเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ และเร่งอายัดบัญชีม้า ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการติดตามเงินและขยายผลไปยังผู้บงการ อย่างไรก็ตาม การป้องกันตัวตั้งแต่ก่อนโอนเงินยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด ดังนั้นทุกครั้งที่พบข้อเสนอผิดปกติ ขอให้หยุดตรวจสอบก่อนตัดสินใจ เพราะความใจเย็นเพียงไม่กี่นาทีอาจช่วยรักษาเงินและข้อมูลส่วนตัวของเราได้

ที่มา – ตร.ไซเบอร์ เร่งเช็กเส้นเงินบัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ หลอก “เนย ปภาดา” สูญกว่า 2 แสน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *