ตร.ไซเบอร์ ประสาน ดีอี ปิดกั้นข่าวปลอม ชี้ส่วนมากมาจากประเทศกัมพูชา
ตร.ไซเบอร์ ประสาน ดีอี ปิดกั้นข่าวปลอม ชี้ส่วนมากมาจากประเทศกัมพูชา
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักอัยการสูงสุดได้ร่วมประชุมหารือกับตำรวจไซเบอร์อย่างเป็นทางการ เพื่อหาแนวทางการตรวจสอบกรณีคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ผู้นำของกัมพูชา โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าวหลายหน่วยงาน เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นทางการได้มากที่สุด
ตำรวจไซเบอร์ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อตรวจสอบ ปิดกั้นข่าวลวง
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 และรองโฆษกตร. ได้ออกมาชี้แจงว่า ปัจจุบันปัญหาข่าวปลอมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงความตึงเครียดระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่ผ่านไปนั้นมีข่าวเลื่อนลอย เช่น คลิปลวงเกี่ยวกับเครื่องบินเอฟ 16 ถูกยิงตก ซึ่งสร้างความสับสนและความวิตกกังวลให้กับประชาชนอย่างมาก
ประเด็นแบบนี้ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ที่เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และยังมีลักษณะการกลั่นแกล้งจาก Hate Speech ที่เกิดขึ้นควบคู่กันอีกด้วย ทำให้ สอท.1 ต้องร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อติดตามและปิดกั้นข้อมูลข่าวลวงเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
ประชาชนควรติดตามข่าวด้วยความรอบคอบ
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย ตำรวจไซเบอร์ได้ขอความร่วมมือให้ติดตามแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบยืนยันได้จากหน่วยงานอย่างทางการ การรับข้อมูลจากช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถืออาจทำให้หลงเชื่อเข้าใจผิด ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม และอาจจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแง่ลบด้วย
เนื่องจากข้อมูลบางส่วนถูกบิดเบือนมาจากประเทศกัมพูชา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริโภคข่าวสารจะต้องระมัดระวัง เมื่อพบข่าวที่ดูไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ผู้ใช้งานสามารถแจ้งความร้องเรียนไปยังหน่วยงานตำรวจไซเบอร์ได้โดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างทันเวลา
การร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐฯ สำคัญอย่างไร?
ตร.ไซเบอร์ และ กระทรวงดีอี ต่างตระหนักถึงความสำคัญของความโปร่งใสทางข้อมูล โดยมีการมอนิเตอร์ข่าวสารแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันข่าวปลอมที่อาจทำให้สังคมเกิดกระแสไม่ดี
- ปิดกั้นข้อมูลที่บิดเบือนจากต่างประเทศ
- ตรวจสอบที่มาของเนื้อหาอลวน
- ปกป้องความมั่นคงทางข้อมูลและภาพลักษณ์ของประเทศ
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐฯ อย่างเดียว แต่ เป็นหน้าที่ของพวกเราชาวไทยทุกคน ที่จะมีส่วนช่วยในการสกัดข่าวลวงทุกครั้ง ด้วยการไม่แชร์หรือเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นข่าวปลอม? กลยุทธ์ง่าย ๆ ที่คุณทำได้คือ ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าองค์กรนั้นเป็นทางการและน่าเชื่อถือหรือไม่ หรือใช้เพจตรวจสอบความจริง เช่น THANH NGOAN, FACTSHEET และอื่น ๆ เพื่อรับข่าวสารและความคืบหน้าอย่างเป็นกลาง
เรื่องของ ข่าวปลอม นับเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลมากกว่าแค่ความเข้าใจผิด แต่ยังกระทบทางด้านความมั่นคงและความรู้สึกของคนทั้งประเทศ ดังนั้น การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญและประชาชนคือทางออกที่ดีที่สุดในยุคดิจิทัลแบบนี้ ขอให้เชื่อข่าวจากทางการ และร่วมกันปิดกั้น Fake News ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเมื่อพบเจอข่าวปลอมอย่าลังเลที่จะ ร้องเรียนและแจ้งกับ ตร.ไซเบอร์ โดยตรง
ที่มา – ตร.ไซเบอร์ ประสาน ดีอี ปิดกั้นข่าวปลอม ยันส่วนมากมาจากฝั่งกัมพูชา