ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ถอดบทเรียนฟ้าผ่าในสนามกีฬา

เหตุการณ์ฟ้าผ่าในสนามกีฬาไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่นักกีฬา เจ้าหน้าที่ และผู้ชมต้องอยู่กลางแจ้งท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวน ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งที่ผู้จัดการแข่งขันให้ความสำคัญสูงสุด บทเรียนจากเหตุการณ์จริงทำให้เราต้องกลับมาถามว่า ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ถอดบทเรียนฟ้าผ่าในสนามกีฬา จึงจะมีมาตรการป้องกันที่จริงจังและเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสนาม

ที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุสลดในสนามฟุตบอล เมื่อ ซอฟวัน อาแว นักเตะวัย 24 ปี ของสโมสร เอฟซี ยะลา เสียชีวิตจากฟ้าผ่าระหว่างการแข่งขันฟุตบอลรายการโก-ลก เอฟเอ คัพ ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เหตุการณ์ครั้งนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และผู้ที่อยู่ในสนามเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นไม่นาน วงการกีฬาก็ต้องพบกับความสูญเสียอีกครั้ง เมื่อ “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ ประดับญาติ นักกอล์ฟดาวรุ่งวัย 15 ปี เสียชีวิตจากฟ้าผ่าระหว่างการแข่งขันกอล์ฟในจังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักกีฬาต่างวัยและต่างประเภท ทำให้เห็นชัดเจนว่าสนามกีฬาแบบเปิดโล่งมีความเสี่ยงสูง หากไม่มีระบบแจ้งเตือนและแผนอพยพที่มีประสิทธิภาพ

ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ถอดบทเรียนฟ้าผ่าในสนามกีฬา

สนามฟุตบอล สนามกอล์ฟ และพื้นที่แข่งขันกลางแจ้งมักไม่มีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่บังสายฟ้า นักกีฬาอาจอยู่ในจุดเปิดโล่งหรือกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ยิ่งมีอุปกรณ์โลหะ ร่ม หรือเสาประเภทต่าง ๆ อยู่ใกล้ตัว ความเสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้น แม้ฝนจะยังตกไม่หนัก หรือผู้คนยังมองไม่เห็นฟ้าผ่าในบริเวณใกล้เคียงก็ตาม

หลายประเทศจึงกำหนดกฎความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน ในการแข่งขันกีฬากลางแจ้ง หากตรวจพบสัญญาณประจุไฟฟ้าในอากาศสูงผิดปกติ ผู้จัดการแข่งขันต้องหยุดกิจกรรมทันที สำหรับกีฬาฟุตบอล แนวทางของฟีฟาระบุว่า หากตรวจพบฟ้าผ่าในรัศมีประมาณ 8-10 ไมล์จากสนาม ควรระงับการแข่งขัน และจะกลับมาเริ่มใหม่ได้เมื่อไม่มีการตรวจพบฟ้าผ่าเพิ่มเติมอย่างน้อย 30 นาที

ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ก่อนสนามกีฬาจะมีระบบเตือนภัย

หนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงได้คือเครื่องตรวจจับสนามกระแสไฟฟ้าในอากาศ หรือ Electric Field Monitor ซึ่งทำงานด้วยการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้าในบรรยากาศ เมื่อค่าความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้จัดงานหยุดการแข่งขันและพาผู้ที่อยู่ในพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย อุปกรณ์ดังกล่าวมีทั้งแบบติดตั้งประจำที่และแบบพกพา เหมาะกับสนามกีฬาหลายรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม การมีเครื่องมือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้จัดงานต้องกำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตามสภาพอากาศ ตรวจสอบระบบเตือนภัยก่อนเริ่มการแข่งขัน และซักซ้อมขั้นตอนการหยุดเกมอย่างสม่ำเสมอ ควรมีประกาศที่ผู้เล่นและผู้ชมเข้าใจง่าย พร้อมระบุเส้นทางไปยังอาคารหรือพื้นที่หลบภัยที่ปลอดภัย หากเกิดสัญญาณเตือน ทุกคนต้องปฏิบัติตามทันที ไม่ควรรอให้ฝนตกหนักหรือเห็นฟ้าผ่าด้วยตาตัวเอง

วิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดฟ้าผ่าในสนามกีฬา

  • รีบออกจากพื้นที่โล่ง: เดินไปยังอาคารปิด รถยนต์ที่ปิดกระจกสนิท หรือสถานที่ที่มีหลังคาและผนังอย่างเหมาะสม
  • ห้ามยืนใต้ต้นไม้: ต้นไม้สูงอาจเป็นจุดที่ฟ้าผ่าได้ง่าย และกระแสไฟฟ้าอาจแพร่กระจายมายังผู้ที่อยู่ใกล้เคียง
  • หากยังหาที่หลบไม่ได้: ให้นั่งยอง ๆ ชิดเท้า ย่อตัวให้ต่ำ ซุกศีรษะระหว่างเข่า และลดพื้นที่สัมผัสพื้นให้น้อยที่สุด ห้ามนอนราบกับพื้น
  • หลีกเลี่ยงโลหะและน้ำ: ไม่ถือร่มที่มีปลายโลหะ ไม่แตะรั้ว ประตู อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือแหล่งน้ำระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
  • งดใช้อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น: เมื่ออยู่ในอาคารควรถอดปลั๊กและสายสัญญาณก่อนเกิดพายุ แต่ไม่ควรเข้าไปถอดสายไฟขณะฟ้าร้องหรือฟ้าผ่าแล้ว

สำหรับผู้จัดการแข่งขัน ควรประกาศนโยบายความปลอดภัยให้ทุกฝ่ายรับทราบตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน สนามควรมีเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ มีระบบแจ้งเตือนที่ได้ยินทั่วถึง และกำหนดเกณฑ์ยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันอย่างชัดเจน การตัดสินใจหยุดเกมอาจทำให้ตารางการแข่งขันล่าช้า แต่ย่อมคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้ผู้เล่นและผู้ชมเผชิญความเสี่ยงถึงชีวิต

บทเรียนสำคัญจากคำถาม ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ถอดบทเรียนฟ้าผ่าในสนามกีฬา คือความปลอดภัยไม่ควรขึ้นอยู่กับโชคหรือประสบการณ์ส่วนตัวของผู้จัดงาน ทุกสนามกีฬากลางแจ้งควรมีมาตรฐานตรวจจับฟ้าผ่า แผนอพยพ และการอบรมที่เป็นรูปธรรม หากคุณเป็นผู้จัดการแข่งขันหรือผู้ดูแลสนาม อย่ารอให้เกิดเหตุซ้ำ ควรตรวจสอบระบบเตือนภัยและทบทวนแผนความปลอดภัยตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้นักกีฬาได้ทำสิ่งที่รักในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุด

ที่มา – ต้องมีอีกกี่ชีวิตที่สูญเสีย? ถอดบทเรียนฟ้าผ่าในสนามกีฬา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *