ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ 34 ฉบับ ฝ่ายค้านเซ็ง
สวัสดีเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกคน วันนี้เรามีเรื่องร้อนมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ นั่นคือ ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ 34 ฉบับ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา โดยนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานประชุม พวกเรากำลังพูดถึงการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่จะให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ ที่ค้างท่อไว้ยังไม่แล้วเสร็จ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงชัดเจนว่ามีร่างกฎหมายค้างการพิจารณาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ร้องขอให้สภาเคลียร์ถึง 34 ฉบับด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศร้อนระอุคือ การที่รัฐบาลเลือกยืนยันหรือไม่ยืนยันร่างบางฉบับ โดยเฉพาะที่สำคัญๆ หลายเรื่อง
ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ 34 ฉบับ
ในที่ประชุม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นอภิปรายด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ ถามรัฐบาลตรงๆ ว่าทำไมถึงเมินร่างกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ร่างนิรโทษกรรมที่ดินที่คืนความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ถูกรัฐทวงคืนผืนป่า ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ร่างธรรมนูญศาลทหาร และร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เขาตั้งคำถามหนักว่า อำนาจพิจารณาอยู่ที่รัฐสภาไม่ใช่หรือ รัฐบาลจะคิดแทนได้ยังไง หรือกลัวไม่ผ่านเลยปัดตกไปเลย?
“รัฐบาลใช้วิธีปัดตกด้วยเหตุผลว่าอาจไม่ผ่าน เหมือนร่างแก้รธน. แล้ว 34 ฉบับนี้ล่ะ มีหลักเกณฑ์อะไรในการยืนยันหรือไม่? ทำไมไม่ยืนยันเรื่องปฏิรูปกองทัพที่เกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจ แรงงานที่ทุนมีผลประโยชน์ทับซ้อน สิ่งแวดล้อมที่บอกเพิ่มภาระผู้ประกอบการ และแก้รธน.ที่เป็นฐานอำนาจหลัก?” นายณัฐพงษ์กล่าวแบบตรงไปตรงมา
ผู้นำฝ่ายค้านเซ็งรัฐบาลเมินประเด็นสำคัญ
ฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลนะครับ เพื่อนๆ เพราะร่างกฎหมายเหล่านี้สัมพันธ์กับชีวิตประชาชนโดยตรง เช่น การปฏิรูปกองทัพจะช่วยลดอิทธิพลบางส่วน สิทธิแรงงานจะปกป้องคนทำงาน และแก้รธน. จะเปิดทางให้กติกาใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
ไม่กี่อึดใจต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ก็ลุกขึ้นเสริม สนับสนุนรัฐบาลในบางร่างที่ยืนยัน เช่น กฎหมายแข่งขันทางการค้าที่จะแก้ปัญหาการผูกขาด โดยให้คณะกรรมการมีอำนาจตรวจสอบได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ประกอบการมีอำนาจเหนือตลาดก่อน เหมาะมากกับทุนใหญ่ต่างชาติที่ยอมขาดทุนเพื่อกวาดคู่แข่งในแพลตฟอร์มออนไลน์
ส่วนกฎหมายอากาศสะอาด เขาดีใจที่รัฐบาลเดินหน้า แต่เตือนว่าบางมาตรามีข้อถกเถียง สภาต้องพิจารณารอบคอบ
อภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตกฎหมายที่รัฐบาลไม่ยืนยัน
แต่ที่นายอภิสิทธิ์ติงหนักคือร่างที่รัฐบาลเมิน โดยเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พยายามมานานเกือบ 10 ปี เพื่อเปิดทางรธน.ใหม่ การไม่ยืนยันคือไม่เคารพข้อตกลงเก่าและคะแนนเสียงประชาชนส่วนใหญ่ จะทำให้ปัญหาวังวนขัดแย้งต่อไป กฎหมายรายงานมลพิษก็ไร้เหตุผลที่จะเมิน เพราะจำเป็นสำหรับเข้า OECD แต่เมินเพราะประชาชนเสนอเหรอ?
กฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขที่แท้จริงคือการนิรโทษนักการเมือง รัฐบาลให้ผ่าน แต่ร่างนิรโทษที่ดินทำกินของประชาชนกลับไม่ผ่าน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับก็เมิน แสดงว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจแรงงานที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจ สุดท้ายร่างกฎหมายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทุกพรรครักตอนหาเสียง แต่หลังเลือกตั้งทิ้ง ไม่ยกระดับสวัสดิการทั้งที่เป็นแบบอย่างระดับโลก
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ: เปิดโอกาสรธน.ใหม่ ลดขัดแย้ง
- ร่างปฏิรูปกองทัพ: ปรับโครงสร้างอำนาจ
- ร่างคุ้มครองแรงงาน: ปกป้องสิทธิคนทำงาน
- ร่างคุ้มครองสิ่งแวดล้อม: ลดภาระมลพิษ
- ร่างนิรโทษที่ดิน: คืนความยุติธรรมชาวบ้าน
- ร่างธรรมนูญศาลทหาร: ปรับบทบาทศาล
ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ 34 ฉบับ ครั้งนี้ชัดเจนว่าฝ่ายค้านเรียกร้องความโปร่งใสและหลักเกณฑ์ชัดเจนจากรัฐบาล ไม่ใช่ตัดสินหลังบ้าน มันสะท้อนจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่าง ในมุมผมมองว่าการให้สภาได้ถกเถียงทุกฉบับจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาธิปไตยไทยมากกว่า คุณล่ะคิดยังไง? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามอัพเดทข่าวการเมืองที่นี่เพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญนะครับ!
ที่มา – ถกร่วมรัฐสภาเคลียร์ค้างท่อ 34 ฉบับ ผู้นำฝ่ายค้านเซ็งรัฐบาลเมิน แก้รธน.-ปฏิรูปกองทัพ-แรงงาน

