ทนายตั้มร้อง DSI ปมกันจอมพลัง
ทนายตั้มร้อง DSI ปมกันจอมพลัง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พร้อมด้วย พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อส่งมอบข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้
ทนายตั้มร้อง DSI ปมกันจอมพลัง พร้อมหลักฐานเส้นทางการเงิน
นายษิทราระบุว่า การเข้าพบ DSI ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง โดยไม่ควรพิจารณาจากสีเสื้อหรือมิติทางการเมือง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามพยานหลักฐาน ทั้งนี้ ข้อมูลที่นำส่งมีทั้งเอกสารทางการเงิน สลิปการโอนเงิน และรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อสิ่งของที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีราคาสูงกว่าความเป็นจริง
ประเด็นสำคัญที่ถูกกล่าวถึงคือเส้นทางการเงินของมูลนิธิ รวมถึงเงินบางส่วนที่มีการโอนมาจากต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้เงินมูลนิธิในกิจกรรมบางประเภท การจ่ายค่าจ้างบุคคล และการจัดตั้งบริษัทที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นบริษัทนอมินี อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดต้องรอการตรวจสอบและคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องก่อนจะสรุปความผิดได้
ทนายตั้มร้อง DSI ปมกันจอมพลัง ตรวจสอบงบชายแดน 200 ล้านบาท
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกจับตามองคือการใช้งบประมาณช่วยเหลืองานชายแดน ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าใช้เงินสูงถึง 200 ล้านบาท พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรให้ข้อมูลว่า เมื่อทบทวนรายการใช้จ่ายแล้ว เห็นว่ายอดเงินจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าวอย่างมาก โดยยกตัวอย่างตู้คอนเทนเนอร์มือสองประมาณ 50–60 ตู้ กล้องวงจรปิด ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่น ๆ
พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรยังตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งปลูกสร้างบางรายการที่มีการกล่าวถึงอาจไม่ได้ก่อสร้างตามที่สังคมเข้าใจ ขณะที่ตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนอาจถูกปรับใช้เป็นพื้นที่สำหรับทีมงานทำคอนเทนต์และไลฟ์สด เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องตรวจสอบจากเอกสารการจัดซื้อ ใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง และหลักฐานการส่งมอบงานอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพว่าการใช้งบประมาณเกิดขึ้นจริงและตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ประเด็นที่ DSI ต้องตรวจสอบต่อ
- เส้นทางการเงิน: ตรวจสอบเงินเข้าออกของมูลนิธิ รวมถึงธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ
- การจัดซื้อจัดจ้าง: เปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการกับราคาตลาด พร้อมตรวจสอบผู้ขายและผู้รับจ้าง
- การใช้เงินตามวัตถุประสงค์: ตรวจสอบว่าเงินบริจาคถูกนำไปช่วยเหลืองานชายแดนตามที่แจ้งไว้หรือไม่
- ความเกี่ยวข้องของบุคคลและนิติบุคคล: ตรวจสอบบริษัทที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงบทบาทของผู้มีอำนาจลงนาม
- คำให้การของพยาน: เปรียบเทียบข้อมูลจากพยาน เจ้าของสถานที่ และผู้เกี่ยวข้องกับเอกสารทางการเงิน
นายษิทรากล่าวว่ามีพยานเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับ DSI แล้วมากกว่า 10 ปาก และอาจมีพยานเพิ่มเติมทยอยเข้าพบเจ้าหน้าที่ในระยะต่อไป พร้อมระบุว่าคดีนี้มีความซับซ้อน เนื่องจากต้องตรวจสอบธุรกรรมหลายทอดและแกะรอยเส้นทางการเงินต่อเนื่อง ทั้งนี้ DSI จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงตามขั้นตอน หากพบข้อมูลที่มีมูลเพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการพัวพันกับเว็บพนันออนไลน์และการเดินทางเข้าออกประเทศนั้น เป็นข้อมูลที่ฝ่ายผู้ร้องนำเสนอต่อเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการตรวจสอบ ยังไม่ใช่ข้อยุติทางคดี การกล่าวถึงบุคคลหรือองค์กรใดจึงควรยึดหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ขณะเดียวกัน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีสิทธิชี้แจงและนำหลักฐานมาหักล้างข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่
ด้านความขัดแย้งระหว่างผู้ร้องกับกันจอมพลัง มีการอ้างว่าเริ่มจากความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดน และการปฏิบัติตามมาตรการลดความตึงเครียดของหน่วยงานความมั่นคง เรื่องดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อและสังคมออนไลน์ จนเกิดการตั้งคำถามถึงบทบาทของบุคคลภายนอกในพื้นที่ปฏิบัติการ รวมถึงการใช้ภาพลักษณ์และกิจกรรมช่วยเหลือสังคมเพื่อระดมเงินบริจาค
ข้อควรรู้ก่อนติดตามข่าวคดี
ประชาชนควรแยกแยะระหว่างข้อกล่าวหา ข้อมูลจากผู้ร้อง และข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว เนื่องจากคดีอยู่ในชั้นรวบรวมพยานหลักฐาน การแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอาจสร้างความเสียหายแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ การติดตามข่าวจากเอกสารทางราชการ คำชี้แจงของทุกฝ่าย และผลการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ได้รับข้อมูลรอบด้านมากที่สุด
โดยสรุป ประเด็น ทนายตั้มร้อง DSI ปมกันจอมพลัง ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หัวใจสำคัญคือการพิสูจน์เส้นทางเงิน การใช้งบประมาณ และความถูกต้องของเอกสารต่าง ๆ หากมีการเรียกบุคคลใดมาชี้แจง ก็ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างเท่าเทียม ความเห็นส่วนตัวคือสังคมควรรอผลสอบที่ชัดเจนและติดตามคดีด้วยเหตุผล มากกว่าตัดสินจากกระแสบนสื่อออนไลน์
ที่มา – ’ทนายตั้ม’ พา ‘พล.ร.ต.’ หอบหลักฐานร้อง DSI เชือด ‘กันจอมพลัง’ แฉงบชายแดน 200 ล้านไม่ตรงปก
