ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีน เหตุซื้อน้ำมันรัสเซีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าจีนอาจเผชิญกับมาตรการกำแพงภาษีแบบเดียวกับอินเดีย หากยังไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
ทั้งนี้ ทรัมป์เพิ่งประกาศขึ้นภาษีกับอินเดียอีก 25% จากการที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเมื่อทบต้นกับอัตราเดิมอีก 25% หมายความว่า รัฐบาลนิวเดลีจะเผชิญกับกำแพงภาษีสูงถึง 50%
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ว่าการจัดหาพลังงานเพื่อใช้งานในประเทศต้องสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศเสมอ การบีบบังคับและการกดดันไม่มีทางบรรลุผลใด เนื่องจากจีนจะปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ในการพัฒนาของชาติด้วยความมุ่งมั่น
นอกเหนือจากเรื่องการซื้อน้ำมัน สหรัฐยังคงแสดงความไม่พอใจ ที่จีนส่งออกสินค้าเทคโนโลยีแบบ “ใช้ได้สองทาง” ซึ่งหมายถึง “ใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและการทหาร” ให้แก่รัสเซีย ซึ่งช่วยให้รัฐบาลมอสโกยังคงสามารถเดินหน้า เสริมศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน.
เครดิตภาพ : AFP
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนแบบเดียวกับอินเดีย โทษฐานยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
สถานการณ์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาขู่ที่จะขึ้นภาษีจีนนั้น เป็นผลมาจากการที่จีนยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งเป็นการกระทำที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการสนับสนุนรัสเซียในขณะที่รัสเซียกำลังทำสงครามกับยูเครน
การที่อินเดียถูกขึ้นภาษีไปก่อนหน้านี้แล้วแสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ จริงจังกับการบังคับใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันประเทศที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายของตน
ผลกระทบจากการที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีน
การที่ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนแบบเดียวกับอินเดีย โทษฐานยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย นั้นอาจส่งผลกระทบหลายด้าน ดังนี้:
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนอาจตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อความร่วมมือในด้านอื่นๆ เช่น การค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความมั่นคงระหว่างประเทศ
- เศรษฐกิจโลก: การขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอาจทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก
- ห่วงโซ่อุปทาน: การที่จีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก การขึ้นภาษีอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ทำให้สินค้าบางชนิดขาดแคลนหรือมีราคาสูงขึ้น
- การเมืองภายในประเทศ: การที่ทรัมป์ออกมาตรการต่างๆ อาจเป็นการหาเสียงเพื่อเรียกคะแนนนิยมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2024
จีนอาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจเช่นกัน เช่น การลดการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ หรือการลดค่าเงินหยวน ซึ่งอาจทำให้เกิดสงครามการค้าระหว่างสองประเทศ
การตัดสินใจของจีนว่าจะยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียต่อไปหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินผลประโยชน์และความเสี่ยงของตนเอง จีนอาจพิจารณาถึงความต้องการพลังงานของประเทศ ความสัมพันธ์กับรัสเซีย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม การที่จีนยืนยันว่าจะปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ในการพัฒนาของชาตินั้น แสดงให้เห็นว่าจีนจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดันจากภายนอก
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนแบบเดียวกับอินเดีย โทษฐานยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
การที่จีนยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียทำให้สหรัฐฯ ไม่พอใจและอาจนำไปสู่การขึ้นภาษี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งสองประเทศและเศรษฐกิจโลก ดังนั้น เราควรติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
ที่มา – ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีจีนแบบเดียวกับอินเดีย โทษฐานยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย