ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เมืองแองคอราจ รัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้จัดการประชุมสุดยอดเพื่อหารือประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในยูเครน ภายหลังจากการพบกันครั้งล่าสุดที่เมืองเฮลซิงกิ เมื่อปี 2018
ภายหลังการหารือกันอย่างเป็นทางการภายในห้องรับรองที่ฐานทัพร่วมเอลเมนดอร์ฟ-ริชาร์ดสัน เป็นเวลาเกิน 3 ชั่วโมง ทั้งสองผู้นำได้แถลงข่าวร่วมกัน โดย ทรัมป์ ระบุว่า ผลการประชุม “เป็นไปอย่างสร้างสรรค์” และมีความคืบหน้าบางอย่าง แต่ย้ำว่ายัง “ไม่มีการบรรลุข้อตกลง” ในขณะนี้
ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”
ในการแถลงข่าว ทรัมป์ กล่าวว่า แม้การเจรจาจะก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดี แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพูดคุยอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนของผลประโยชน์ของยูเครน ซึ่งจะต้องได้รับการยอมรับจากทางรัฐบาลของโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี อีกด้วย
การประชุมที่ใช้เวลาและความคาดหวัง
ในการแถลงของทั้งสองฝ่าย ทรัมป์ ใช้เวลาเพียง 4 นาที ในขณะที่ ปูติน ใช้เวลามากกว่าสองเท่า คือ 8 นาที. ทว่าผู้นำทั้งสองไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนซักถามคำถามใดๆ หลังการแถลง ซึ่งนับเป็นจุดที่น่าสังเกต เพราะการประชุมเช่นนี้โดยทั่วไปมักเปิดโอกาสให้มีการถาม-ตอบเพื่อความโปร่งใส
หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ปูติน ได้เดินทางกลับทันที แต่ยังแวะวางพวงมาลัยไว้ที่สุสานทหารสหภาพโซเวียตในเมืองแองคอราจ ซึ่งดูเหมือนจะมีจุดหมายทางจิตวิทยาและโฆษณาชวนเชิญให้มองกลับไปยังบทบาทของรัสเซียในสงครามโลกครั้งที่สอง
จากการเจรจานี้ ทรัมป์ ยังระบุว่าจะมีการโทรศัพท์หารือกับพันธมิตรหลายราย รวมถึงเลขาธิการนาโต และผู้นำยูเครน เพื่อแจ้งรายละเอียดก่อนหน้านี้เกี่ยวกับข้อเสนอที่ถูกหารือระหว่างทีมผู้แทนของรัสเซียและสหรัฐฯ
ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์จากผลการหารือ
- ความคาดหวังในข้อตกลงเพื่อจบสงคราม – แม้ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่ประชาชนโลกยังคงจับตามองผลจากผลการเจรจาครั้งนี้ว่าจะนำไปสู่การหยุดยิงในยูเครนได้หรือไม่
- ความดันภายในสหรัฐ – ทั้งในฝ่ายพรรครีพับลิกันและเดโมแครต มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ความสามารถในการเจรจาของทรัมป์ ว่าอาจผูกมัดผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ไว้กับรัสเซียมากเกินไป
- มุมมองอินเทอร์เนชั่นแนล – โลกมองว่าในช่วงสั้นๆ ที่เหลือของรัฐบาลทรัมป์ หากมีข้อตกลงใดๆ จะส่งผลต่อแผนการทางทหารและเศรษฐกิจของยุโรปและอเมริกาอย่างลึกซึ้ง
อีกทั้งการตัดสินใจของทรัมป์ที่ไม่อนุญาตให้สื่อซักถาม หรือการที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด อาจเป็นสัญญาณว่ามีประเด็นไวต่อสัญญาณที่ยังไม่สามารถนำออกมาประกาศได้เลยในขั้นนี้
อย่างไรก็ตาม การพบกันระหว่างทรัมป์และปูตินในครั้งนี้ถือเป็นการเลื่อนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและรัสเซียเพิ่มขึ้นอีกขั้น ซึ่งหากนำไปสู่ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม เหมือนกับที่ทรัมป์กล่าวว่าเป็นไปด้วยดี อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมืองโลกในปี 2025 ได้แน่นอน
ความมุ่งมั่นในการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงอยู่ตรงหน้า ทว่าความเชื่อใจระหว่างทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน หากไม่ก้าวผิดพลาด อาจมีข้อตกลงจริงในเร็ววัน
ที่มา – ทรัมป์ยืนยันหารือกับปูติน “เป็นไปด้วยดี” แต่ “ยังไม่มีข้อตกลง”
