ทรัมป์อ้างสีให้คำมั่น “ไม่ใช้กำลังกับไต้หวัน” ตราบใดที่ตนยังเป็นผู้นำสหรัฐ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ว่าในช่วงหนึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อ้างว่า ได้รับคำมั่นสัญญาจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ว่าจะไม่ปฏิบัติการทางทหารต่อไต้หวัน ตราบใดที่ทรัมป์ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
ทรัมป์ตอบว่า เขาขอบคุณอีกฝ่ายสำหรับคำพูดนั้น และชื่มชม “ความอดทนอย่างมาก” ของทั้งสองฝ่าย ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันออกแถลงการณ์ ว่าประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน “ถือว่าเปราะบางและมีความสำคัญมากที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน
ทรัมป์อ้างสีให้คำมั่น “ไม่ใช้กำลังกับไต้หวัน” ตราบใดที่ตนยังเป็นผู้นำสหรัฐ
แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า สหรัฐควรยึดมั่นต่อหลักการจีนเดียว และแถลงการณ์ร่วมอย่างน้อย 3 ฉบับ เพื่อปกป้องความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีอย่างจริงใจ และเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพให้กับช่องแคบไต้หวัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันเผชิญกับแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นอย่างหนักและต่อเนื่องจากจีน รวมถึงการที่กองทัพปลดปล่อยประชาชน (พีแอลเอ) จัดการซ้อมรบหลายครั้ง ในบริเวณที่ถือเป็น “จุดยุทธศาสตร์” รอบเกาะไต้หวัน โดยรัฐบาลปักกิ่งพยายามยืนยันการอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือเกาะแห่งนี้มาตลอดว่าเป็น “มณฑลโพ้นทะเล” ส่วนไต้หวันยืนกรานปฏิเสธเรื่องนี้มาตลอดเช่นกัน
สถานการณ์ทางการเมืองของไต้หวัน
ไต้หวันถูกจีนแผ่นดินใหญ่ถือว่าเป็นภูมิภาคที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยภายใต้หลักการ “จีนเดียว” อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีระบอบประชาธิปไตยของตนเอง และจัดการเลือกตั้งอย่างอิสระ ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสองฝ่ายมายาวนาน
มีหลายประเด็นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไต้หวันตึงเครียด โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการทหารและการทูต ทว่าในครั้งนี้ เมื่อทรัมป์อ้างสีให้คำมั่น “ไม่ใช้กำลังกับไต้หวัน” ตราบใดที่ตนยังเป็นผู้นำสหรัฐ ก็ถือเป็นการสร้างแรงฉุดสำคัญในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
บทบาทของสหรัฐอเมริกาในความขัดแย้งนี้
สหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในแง่ของการสนับสนุนทางทหารและการทูตต่อไต้หวัน แม้จะไม่ได้รับการยอมรับทางการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่สหรัฐมีกฎหมายเฉพาะที่สนับสนุนการป้องป้องไต้หวัน เช่น Taiwan Relations Act
แม้ทรัมป์จะมีแนวทางการเมืองที่แตกต่างออกไปจากผู้นำสหรัฐคนก่อนหน้า แต่การที่เขาได้รับคำมั่นจากจีนว่าจะมิได้ใช้กำลังกับไต้หวัน เผยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางอำนาจระดับสูง และความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของพื้นที่นี้ที่กระทบต่อเสถียรภาพโลก
- การใช้คำมั่นจากจีนเพื่อควบคุมสถานการณ์ในภูมิภาค
- บทบาทของสหรัฐต่อการส่งเสริมความมั่นคงในเอเชีย
- การรักษาความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ของจีน-สหรัฐในช่วงเวลาที่มีความตึงเครียด
จากข่าวที่ว่า ทรัมป์อ้างสีให้คำมั่น “ไม่ใช้กำลังกับไต้หวัน” ตราบใดที่ตนยังเป็นผู้นำสหรัฐ เผยให้เห็นถึง_detective_และกลยุทธ์ในการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของผู้นำคนนี้ ที่สามารถแปลงคำพูดเป็นการเมือง และใช้ประโยชน์ทางทูตเพื่อรักษาภูมิภาคให้มีเสถียรภาพ
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบหนึ่งสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐ ว่าจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไรภายใต้พรมแดนทางการเมืองและความขัดแย้งที่มีมานานหลายสิบปี
ทั้งนี้ การเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างไต้หวัน ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าดูให้มาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหวทางทหารจากจีน แต่หากสหรัฐและจีนสามารถรักษาสมดุลได้ ก็อาจเปิดทางให้เกิดสันติภาพในระยะยาว
อ่านต่อเกี่ยวกับข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ที่มา – ทรัมป์อ้างสีให้คำมั่น “ไม่ใช้กำลังกับไต้หวัน” ตราบใดที่ตนยังเป็นผู้นำสหรัฐ