ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน ช่วยผู้ประสบภัยไทรโยค
สถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้ทางน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วหลังน้ำลดจึงมีความสำคัญไม่แพ้การรับมือในช่วงเกิดเหตุ ล่าสุดกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 หรือ ร.29 พัน.1 ร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์และเทศบาลตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย ลงพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ตามแนวทาง ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน ในทุกโอกาส
ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย พ.ท.อดิสัย เนตรสว่าง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 29 พร้อมกำลังพลจิตอาสา ซึ่งแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจความเสียหาย การพูดคุยรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน และการเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ภารกิจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า บทบาทของทหารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาความมั่นคง แต่ยังครอบคลุมถึงการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติและการฟื้นฟูชุมชนหลังเหตุการณ์คลี่คลาย
ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมดูแลกลุ่มเปราะบาง
หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการมอบถุงยังชีพพระราชทานให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และประชาชนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างเต็มที่ สิ่งของในถุงยังชีพช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และทำให้ครอบครัวที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากมีอาหารและของจำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบ้านของกลุ่มเปราะบางโดยตรง เพราะหลายคนอาจเดินทางออกมารับความช่วยเหลือด้วยตัวเองไม่ได้
นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว ทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ยังให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ประเมินอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นหลังน้ำท่วม พร้อมแจกยาที่จำเป็นสำหรับโรคและอาการซึ่งมากับน้ำท่วมขัง เช่น ผื่นคัน แผลติดเชื้อ อาการปวดเมื่อย และปัญหาระบบทางเดินหายใจ การดูแลด้านสุขภาพในช่วงนี้มีความสำคัญมาก เพราะน้ำสกปรกและโคลนตมอาจมีเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ภารกิจล้างโคลนและฟื้นฟูบ้านเรือน
หลังน้ำลด บ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะหลายแห่งยังเต็มไปด้วยคราบโคลน เศษวัสดุ และสิ่งสกปรกที่มากับกระแสน้ำ กำลังพลจิตอาสา ร.29 พัน.1 จึงกระจายกำลังเข้าช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของ ทำความสะอาดบ้านเรือน และฉีดล้างคราบโคลนตมที่สะสมอยู่ตามพื้น ผนัง และบริเวณโดยรอบ รวมถึงช่วยฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง
การล้างโคลนดูเหมือนเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายและเวลา แต่สำหรับครอบครัวผู้ประสบภัย งานดังกล่าวช่วยให้สามารถกลับเข้าพักอาศัยในบ้านได้เร็วขึ้น การทำความสะอาดอย่างถูกวิธียังช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อรา กลิ่นอับ แมลง และเชื้อโรคที่อาจสะสมหลังน้ำลด เจ้าหน้าที่จึงทำงานร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมแนะนำให้คัดแยกสิ่งของที่เสียหาย ทิ้งอาหารและน้ำที่อาจปนเปื้อน รวมถึงทำความสะอาดภาชนะและเครื่องใช้ก่อนนำกลับมาใช้งาน
- ช่วยขนย้ายสิ่งของและอุปกรณ์จำเป็นออกจากพื้นที่เสี่ยง
- ทำความสะอาดและฉีดล้างคราบโคลนภายในบ้านเรือน
- ฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและบริเวณที่ประชาชนใช้ร่วมกัน
- มอบถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง
- ตรวจสุขภาพเบื้องต้นและแจกยาที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัย
ความร่วมมือช่วยให้ชุมชนกลับมาเข้มแข็ง
ความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นผลจากการประสานงานระหว่างกองทัพ โรงพยาบาลค่ายสุรสีห์ เทศบาลตำบลน้ำตกไทรโยคน้อย และประชาชนในพื้นที่ การทำงานร่วมกันทำให้สามารถจัดลำดับความเร่งด่วนได้เหมาะสม ทั้งการดูแลสุขภาพ การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และการฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย
บรรยากาศตลอดการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนต่างกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความรู้สึกห่วงใยและกำลังใจจากหน่วยงานภาครัฐช่วยให้ผู้ประสบภัยมีแรงใจในการเริ่มต้นจัดการชีวิตและทรัพย์สินของตนเองอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจิตอาสาและการช่วยเหลือกันภายในชุมชน เพราะการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติต้องอาศัยทั้งกำลังคน ความร่วมมือ และความเข้าใจในปัญหาของผู้ได้รับผลกระทบ
ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงไม่ใช่เพียงข้อความเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือทำที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การมอบถุงยังชีพ การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการล้างโคลนและฟื้นฟูพื้นที่เสียหาย สำหรับประชาชนไทรโยค ความช่วยเหลือในครั้งนี้นับเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้หลายครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้คือการเตรียมพร้อมและการร่วมมือกันสามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้ ทุกคนควรติดตามประกาศเตือนภัย จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และช่วยดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในครอบครัว หากพบพื้นที่ประสบภัย ควรส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว ขอชื่นชมกำลังพลจิตอาสาและทุกหน่วยงานที่ร่วมกันฟื้นฟูไทรโยค พร้อมขอให้ประชาชนร่วมกันดูแลชุมชน เพื่อให้พื้นที่กลับมาแข็งแรงและปลอดภัยอีกครั้ง
ที่มา – ‘ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน’ ลุยล้างโคลน-มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยไทรโยค



