‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
กรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ถูกสั่งปิดเนื่องจากไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามกฎหมาย ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพ และสิทธิของผู้สูงอายุโดยตรง ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ เมื่อ ‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ระหว่างรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง
‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ตามข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในคำสั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 หลังตรวจพบการดำเนินงานที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติสถานพยาบาล
การสั่งปิดศูนย์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถานประกอบการที่ให้บริการดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องบุคลากร สถานที่ อุปกรณ์ การดูแลผู้รับบริการ และระบบความปลอดภัย เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ หากสถานประกอบการขาดมาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ใช้บริการได้
‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เพื่อความโปร่งใสในการสอบสวน
นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงมีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ พื้นที่ 5 หรือ ศบส.5 เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ส่วนกลางของกรมเป็นการชั่วคราว
การย้ายเข้ามาที่ส่วนกลางมีขึ้นระหว่างรอการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องมีความผิดแล้ว แต่เป็นแนวทางบริหารจัดการเพื่อให้การตรวจสอบดำเนินไปอย่างเป็นกลาง ลดข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และเปิดโอกาสให้คณะกรรมการรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน
- มีคำสั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
- มีคำสั่งให้ผู้อำนวยการ ศบส.พื้นที่ 5 เข้ามารายงานตัวที่ส่วนกลาง
- แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
- หน่วยงานยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบและพิจารณาข้อเท็จจริงโดยเร็ว
ขั้นตอนสอบสวนและสิ่งที่ประชาชนควรติดตาม
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ทั้งหมด คณะกรรมการจะทำหน้าที่รวบรวมเอกสาร สอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ประชาชนควรติดตามผลการสอบสวนจากประกาศหรือแถลงการณ์ของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก ไม่ควรสรุปว่าบุคคลใดมีความผิดก่อนที่กระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่กำลังมองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุควรตรวจสอบใบอนุญาต มาตรฐานสถานที่ รายชื่อบุคลากร และขอบเขตการให้บริการก่อนตัดสินใจใช้บริการ
สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแล ควรสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การจัดยา การรับมือเหตุฉุกเฉิน และช่องทางร้องเรียนให้ชัดเจน หากพบเห็นการให้บริการที่อาจไม่ปลอดภัยหรือไม่เป็นไปตามกฎหมาย สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้าตรวจสอบได้
ความสำคัญของมาตรฐานศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่สามารถจัดหาผู้ดูแลตลอดเวลาได้ อย่างไรก็ตาม การเลือกสถานบริการไม่ควรพิจารณาเพียงราคา หรือความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ควรดูความพร้อมของสถานที่ จำนวนและความเชี่ยวชาญของผู้ดูแล ระบบป้องกันอุบัติเหตุ และการสื่อสารกับญาติ
กรณี ‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะผลการสอบสวนจะช่วยสร้างความชัดเจนว่าเหตุการณ์เกิดจากสาเหตุใด มีผู้ใดเกี่ยวข้อง และต้องปรับปรุงระบบกำกับดูแลอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต
ท้ายที่สุด ความปลอดภัยของผู้สูงอายุควรเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ บุคลากร และครอบครัว หากทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบมาตรฐานและแจ้งเบาะแสเมื่อพบความผิดปกติ จะช่วยยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้มากขึ้น ติดตามผลสอบสวนจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบใบอนุญาตทุกครั้งก่อนเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
ที่มา – ‘ผอ.ศบส.5’ รายงานตัวเข้าส่วนกลาง เซ่นปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ