‘ธนกฤต’ เปิดเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ใช้กฎหมาย 3 ฉบับกับโทษไม่เกิน 4 ปี

เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิเศษหลายสถาบัน ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับประกาศของกรมราชทัณฑ์ที่กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการคุมขังผู้ต้องขัง ในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ พ.ศ. 2568

‘ธนกฤต’ เปิดเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ใช้กฎหมาย 3 ฉบับกับโทษไม่เกิน 4 ปี

ประกาศดังกล่าวอ้างอิงถึงกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 33, กฎกระทรวงกำหนดสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2563 ข้อ 3 และระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขัง พ.ศ. 2566 ข้อ 20 ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการนักโทษที่มีโอกาสได้รับสิทธิ์ในการอยู่นอกเรือนจำภายใต้การควบคุมเข้มงวด

เงื่อนไขหลักในการคุมขังนอกเรือนจำ

ผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตรงตาม เกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ จะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาด และได้รับโทษไม่เกิน 4 ปี หรือเหลือโทษไม่เกิน 4 ปี หากถูกพระราชทานอภัยโทษหรือได้รับการลดโทษก็จะต้องพิจารณาจากคำสั่งล่าสุด ซึ่งเกณฑ์นี้จะนำไปสู่ความยืดหยุ่นในการดำเนินคดีและสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมดี

นอกจากนี้ ผู้ต้องขังจะต้องผ่านการประเมินจากคณะกรรมการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง และต้องมีความเสี่ยงต่ำต่อการกระทำผิดซ้ำ อีกทั้งต้องสมัครใจในการออกจากเรือนจำไปอยู่ในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำด้วย

  • ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ถูกตัดสินโทษไม่เกิน 4 ปี
  • ไม่เคยละเมิดเงื่อนไขการควบคุมในสถานที่คุมขังก่อนหน้า
  • ไม่เคยมีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรืออาชญากรรมรุนแรง
  • ต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและแผนปฏิบัติต่อรายบุคคล

กรณีพิเศษในสถานพยาบาล

สำหรับสถานที่คุมขังในรูปแบบสถานพยาบาล ผู้ต้องขังจะต้องเป็นนักโทษที่ถึงที่สุดแล้ว และต้องมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ป่วยเป็นอัมพาต เจ็บป่วยเรื้อรัง สภาพต้องอยู่ในความดูแลตลอดเวลา หรืออยู่ในภาวะวิกฤติที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งต้องมีใบรับรองแพทย์ของข้าราชการอย่างน้อย 2 รายเพื่อยืนยันความจำเป็น

แนวโน้มข้อกำหนดเหล่านี้ทำให้ระบบราชทัณฑ์มีนโยบายที่เน้นด้านมนุษยธรรมและให้โอกาสแก่ผู้ต้องขังในการปรับตัวในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีศักยภาพในการกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

การคุมขังนอกเรือนจำเป็นแนวทางที่เริ่มได้รับความสนใจและยอมรับมากขึ้นในหลายประเทศ เพราะสามารถช่วยลดความแออัดในเรือนจำ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ต้องขัง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายขึ้นอยู่กับการจัดสรรงบประมาณ การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือจากประชาชนในการเปิดพื้นที่ให้โอกาสเหล่านี้

ดังนั้น นักกฎหมายและภาคประชาชนจึงมีบทบาทสำคัญในการติดตาม พัฒนา และประเมินประโยชน์ของนโยบาย คุมขังนอกเรือนจำ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเอื้อต่อการปรับปรุงชีวิตจริงๆ

ที่มา – ‘ธนกฤต’ เปิดเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ใช้ 3 ฉบับกฎหมายกับโทษไม่เกิน 4 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *