ธารน้ำใจหลั่งไหลให้ลูกกตัญญู บ้านไฟไหม้อุ้มพ่อหนีตาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นที่บ้านของประธานอสม. หมู่ 5 ตำบลปากน้ำ อำเภอเดิมบาง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเหตุให้ทรัพย์สินและบ้านเรือนเสียหายทั้งหมด ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องมือทำมาหากิน ถูกเพลิงลุกลามจนหว่างหายไปพร้อมกับบ้านสองหลัง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ความกตัญญูของลูกชายที่มีต่อพ่อของเขา
แทนที่จะกังวลกับความเสียหายของทรัพย์สิน ลูกชายได้ตัดสินใจอุ้มพ่อออกจากกองเพลิงอย่างปลอดภัย ถึงแม้บ้านและของมีค่าทั้งหมดจะถูกไฟลุกลาม แต่เขาดูแลพ่อผู้พิการเอาชีวิตรอดอย่างไม่ลังเล ความเสียสละและความกตัญญูนี้ สะท้อนถึงจิตใจที่ดีงามคำนึงถึงชีวิตมนุษย์มากกว่าสิ่งของ
ธารน้ำใจหลั่งไหลให้ลูกกตัญญู บ้านไฟไหม้อุ้มพ่อหนีตาย
หลังเกิดเหตุ ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกเทศมนตรีจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยทีมงานได้ติดตามให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะผู้ประสบภัยซึ่งจะต้องพึ่งพาเครื่องมือในการทำมาหากินที่หมดไปทั้งหมด และเมื่อได้เห็นความกตัญญูของลูกชาย ท่านได้ประกาศขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา จัดให้มีจุดรับบริจาคที่บริษัทชมเดือนคอมเพล็กซ์ จำกัด ถนนเณรแก้ว ตำบลท่าระหัด อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
รวมพลังความดี ช่วยเหลือลูกกตัญญู
การเปิดรับบริจาคในครั้งนี้เป็นการไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้สำหรับซื้อรถยนต์มือสองราคา 250,000 บาท เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ให้เจ้าของบ้าน โดยเป้าหมายคือทำให้พวกเขาได้มีรายได้ในการดำเนินชีวิตหลังจากประสบอัคคีภัย
ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ได้มีผู้บริจาคจำนวนมากให้การสนับสนุน เงินบริจาคทั้งหมดรวมเป็นจำนวน 400,716 บาท ซึ่งเกินมูลค่าของรถยนต์อย่างมาก ดร.อุดมได้ประกาศปิดการรับบริจาคหลังจากเกินเป้าหมายแล้ว
ในวันที่ 30 สิงหาคม ดร.อุดมและนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เดินทางไปส่งมอบรถยนต์คันใหม่รวมไปถึงเงินส่วนที่เหลือ 150,716 บาท ให้กับลูกกตัญญูผู้มีคุณธรรม พร้อมทั้งแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้กับผู้ประสบภัยรายอื่นในพื้นที่ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง และบางหว้า รายละ 25,000 บาท
- ยอดบริจาคทั้งสิ้น: 400,716 บาท
- รถยนต์มือสองราคา: 250,000 บาท
- เงินเหลือหลังซื้อรถ: 150,716 บาท
- แบ่งเงินให้ผู้ประสบอัคคีภัยรายอื่น: รายละ 25,000 บาท
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของความกตัญญูและความเมตตาในสังคมไทย ที่หากเรามีจิตศรัทธาร่วมกัน แม้ในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย ความดีก็ยังส่งต่อได้อย่างอบอุ่น
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความดีและความหวัง คือสิ่งที่ทำให้สังคมนี้ยังคงมีน้ำใจและเกียรติคุณอยู่เสมอ

