นพ.ประวิทย์ เปิดพิรุธ มหิดล-รามาฯ ป้อง นพ.สรณ
นพ.ประวิทย์ เปิดพิรุธ มหิดล-รามาฯ ป้อง นพ.สรณ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีการปฏิบัติหน้าที่ของ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งล่าสุด นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีต กสทช. ได้ออกมาตีแผ่ถึงความน่าสงสัยในเอกสารชี้แจงจากทางมหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ออกมาสนับสนุนสถานะของ นพ.สรณ ว่ามีหลายจุดที่ดูผิดปกติและควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
เจาะลึกปม นพ.ประวิทย์ เปิดพิรุธ มหิดล-รามาฯ ป้อง นพ.สรณ
นพ.ประวิทย์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความรวดเร็วในการจัดทำเอกสารรับรองสถานะ ซึ่งกระบวนการตั้งแต่การยื่นเรื่องไปจนถึงการออกหนังสือชี้แจงนั้นทำเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่วัน และบางขั้นตอนยังไปตรงกับวันหยุดราชการอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการใช้ถ้อยคำทางกฎหมายที่ดูไม่รัดกุม เช่น การเรียก นพ.สรณ ว่าเป็น “แพทย์ผู้ประกอบโรคศิลปะ” แทนที่จะเป็น “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม” ตามกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งสะท้อนถึงความเร่งรีบในการจัดทำเอกสารได้เป็นอย่างดี
ประเด็นที่น่าจับตามองและถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ มีดังนี้:
- การตีความสถานะลูกจ้าง: นพ.ประวิทย์ ยืนยันว่าการที่ นพ.สรณ ได้รับเงินได้ตามมาตรา 40(6) ไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ลูกจ้าง เพราะในอดีตตัว นพ.สรณ เองก็เคยได้รับเงินประเภทนี้ในขณะที่เป็นรองคณบดี ดังนั้นจะนำเรื่องประเภทเงินได้ทางภาษีมาเป็นข้ออ้างชี้ขาดสถานะไม่ได้
- ผลกระทบต่ออาจารย์แพทย์: หากมหิดลยืนยันว่าการได้รับเงินในลักษณะนี้ไม่ใช่ลูกจ้าง อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออาจารย์แพทย์ในคลินิกพิเศษ ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาด้านภาษีและความสัมพันธ์ทางนิติสัมพันธ์ตามมาในอนาคต
- ความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน: นพ.ประวิทย์ ยังตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง นพ.สรณ กับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับ “รามาแชนแนล” ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ว่าเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ต่อกันหรือไม่
นพ.ประวิทย์ เน้นย้ำว่า การพิจารณาคุณสมบัติของ กสทช. ไม่สามารถดูเพียงแค่ชื่อเรียกตำแหน่งหรือรูปแบบการจ่ายเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในเรื่องการรักษาความเป็นอิสระและการป้องกันความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธรรมาภิบาลในองค์กรอิสระ
บทเรียนจากเรื่องนี้ถือเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐต้องมีความชัดเจนและเป็นไปตามหลักการกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในภายหลัง ความโปร่งใสคือสิ่งเดียวที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ และในกรณีนี้สังคมคงต้องจับตาดูต่อไปว่าทางมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจะมีคำตอบที่ชัดเจนอย่างไรต่อข้อสงสัยเหล่านี้
ที่มา – “นพ.ประวิทย์” เปิดพิรุธ”มหิดล-รามาฯ” ป้อง “นพ.สรณ” ชี้แพทย์อิสระไม่ลบปมสถานะลูกจ้าง